ลูกอ้วนเกิน…พ่อแม่พึงระวัง ปัญหาหัวใจ
June 20, 2009
นักวิจัยชาวอเมริกันเผย เด็กที่รูปร่างอ้วนและอยู่ในช่วงอายุ 7 ขวบโดยประมาณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและโรคหัวใจวายเฉียบพลันในอนาคต
นักวิจัยชาวอเมริกันได้ศึกษาอัตราความเสี่ยงของโรคหัวใจและหัวใจวายเฉียบพลันในกลุ่มเด็กที่เข้าข่ายเป็นโรคอ้วนและมีอายุไม่เกิน 7 ขวบพบว่า เด็กกลุ่มนี้มีอัตราเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังกล่าวได้มากกว่าเด็กเท่าไปถึง 10 เท่าเมื่อพวกเขาโตขึ้น
ภาพจากอินเทอร์เน็ต
เนื่องจากโอกาสที่เด็กๆกลุ่มนี้จะมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือเลือดเกาะตัวเป็นลิ่มๆมากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งทั้งสองประการนี้จะส่งผลให้พวกเขามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อพวกเขาโตขึ้น
จากการศึกษาของเรานั้น แสดงให้เห็นว่า เด็กๆควรได้รับการควบคุมน้ำหนักก่อนที่จะสายเกินไป ดร. Nelly Mauras จากคลินิกเด็ก Nemours ในรัฐ Florida กล่าว
อย่างไรก็ดี โดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า เด็กมีน้ำหนักขนาดไหนจึงเรียกว่าอ้วน แต่กุมารแพทย์เผยว่าเด็กจะเข้าข่ายเป็นโรคอ้วนหรือไม่นั้น เราสามารถยึดหลักการวัดค่าดัชนีมวลกาย (BMI)ได้ กล่าวคือหากเด็กคนนั้นๆมีน้ำหนักเกินมาตรฐานถึง 95%เมื่อเทียบกับอายุแล้ว นั่นมายถึงว่าเขาเป็นโรคอ้วนอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ดร. Mauras และทีมงานได้ทำการศึกษาเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงดีจำนวน 202 คน ซึ่งมีเด็กถึง 115 คนในกลุ่มนี้เป็นโรคอ้วนแล้ว
โดยเด็กที่เป็นโรคอ้วนนั้นพบว่า พวกเขามีโปรตีนในร่างกายชนิด C-reactive โปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจัยนี้มันจะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจได้ง่ายมากขึ้นหลายเท่าตัว
แต่จากการศึกษาครั้งนี้ แม้ว่าจะมีเด็กอ้วนเกินกว่าครึ่ง ก็ยังนับว่าโชคดีที่ยังไม่มีเด็กคนไหนมีสัญญาณอันตรายของโรคนี้เช่น ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และปริมาณคอเลสเตอรอลซึ่งจะส่งผลเกี่ยวกับกลุ่มความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
แพทย์ยังคงเฝ้าสังเกตอาการและให้เด็กควบคุมน้ำหนักเพียงเท่านั้น เพราะในตอนนี้เขายังไม่สามารถทำการรักษาใดๆได้ จนกว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีอาการความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ทางที่ดีที่สุด พ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งตัวของเด็กเองควรเอาใจใส่เรื่องของการรับประทานอาหารมากกว่านี้ ดร. Mauras กล่าวทิ้งท้าย
เรียบเรียงจาก รอยเตอร์




