สุริยะใสเดินสายทำความเข้าใจ”พรรคการเมืองใหม่”กับพันธมิตรจันทบุรี

June 20, 2009

       

 

 

 

 

 

 

ศูนย์ข่าวศรีราชา - “สุริยะใส”เดินสายทำความเข้าใจเรื่องพรรคการเมืองใหม่กับพันธมิตรฯ จันทบุรี มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 500 คน 
 
 วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่โรงแรมมณีจันท์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี นายสุวิชาญ สุวรรณาคะ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปจังหวัดจันทบุรี พร้อมคณะทำงานของพันธมิตรจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมกันจัดงานในครังนี้ พันธมิตรจันท์ เกาะติดการเมืองใหม่ โดยเชิญนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ นายเทอดภูมิ ใจดี นายสุทธิ อัชฌาศัย กรรมการบริหารพรรค นายพิชิต ไชยมงคล รองเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ มาให้ความรู้และตอบข้อซักถามจากพันธมิตรฯ โดยมีพันธมิตรฯ จากจังหวัดจันทบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าฟังกว่า 500 คน 
 
 นายสุริยะใส กล่าวว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อมาชี้แจงและทำความเข้าใจกับพันธมิตรฯ ทุกๆ คน หลังจากที่มีการยื่นจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ต่อ กกต.แล้ว โดยพันธมิตรฯ ได้มีการสอบถามตลอดระยะเวลาว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่คืออะไร ซึ่งบางคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พรรคการเมืองใหม่คือพรรคการเมืองที่สะอาด ไม่สกปรกและโสโครก เหมือนการเมืองเก่าๆ ที่ผ่านมา นอกจากนั้นจะต้องมีความโปร่งใสและปราศจากเงินในการเลือกตั้ง โดยเงินที่เป็นปัจจัยหลักในการเลือกตั้งต้องหมดไป 
 
 หลังจากการตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาแล้ว การดำเนินการต่างๆ จะต้องทำเพื่อส่วนรวม โดยเฉพาะเพื่อประชาชนเป็นส่วนใหญ่ สามารถตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถถอนออกจากพรรคหรือออกจากการเป็นผู้บริหารได้ด้วย 
 
 นายสุริยะใสกล่าวต่อไปว่า สำหรับการเมืองใหม่นั้นประการสำคัญจะต้องให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยไม่ใช่นักการเมืองหรือพรรคการเมือง ซึ่งจะต้องให้ประชาชนมีบทบาทมีส่วนร่วมและมีความสำคัญต่อพรรค โดยสมาชิกพรรคทุกๆ คนต้องเป็นเจ้าของ ไม่ใช่คณะกรรมการบริการพรรคเพียงไม่กี่คน 
 
 สำหรับพรรคการเมืองใหม่จะต้องมีบทบาทในหลายๆ ด้าน โดยไม่เพราะทางด้านการเมืองเท่านั้น การดูแลปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ด้านมลภาวะต่างๆ ที่สำคัญทรัพยากรธรรมชาติ ก็ต้องให้ความสำคัญด้วย โดยจะต้องดูให้ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน เพราะที่ผ่านมา เมื่อประชาชนเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว นักการเมืองจะเป็นผู้ดำเนินการสั่งการทั้งหมด แต่รูปแบบใหม่ประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ ด้าน 
 
 หลังจากใช้เวลาในการพูดคุยเกือบ 1 ชั่วโมง ได้มีประชาชนสอบถามนายสุริยะใสหลายๆ เรื่อง เช่น พันธิมตรฯ กับพรรคการเมืองใหม่จะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ ได้มีการชี้แจงว่า พันธมิตรฯ ถือว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ แต่เมื่อมีพันธิมตรเพิ่มมากขึ้น บ้านหลังดังกล่าวไม่เพียงพอ จึงต้องต่อเติมหรือขยายบ้านให้ใหญ่ขึ้น ดังนั้นการตั้งพรรคการเมืองใหม่กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ยังถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกันจะแยกออกจากกันไม่ได้ 
 
 พรรคการเมือง เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรฯ และในอนาคตหากเกิดปัญหาไม่สามารถควบคุมดูแลพรรคการเมืองใหม่ได้ พรรคการเมืองนั้นก็ต้องยุบหรือยุติบทบาทในทันที ดังนั้นจึงต้องการให้พันธมิตรฯ ทุกๆ คน เฝ้าติดตามรูปแบบและแนวทาง หากเป็นไปตามแนวทาง ก็ต้องให้การสนับสนุนต่อไปนายสุริยะใสกล่าว 
 
 ส่วนกรณี ASTV กับพรรคการเมืองใหม่ ในอนาคตจะวางแนวทางอย่างไรต่อไป หากมีการจัดตั้งพรรคอย่างเป็นทางการ นายสุริยะใสกล่าวว่า จะต้องมีการทบทวนบทบาทหรือความสัมพันธ์กันใหม่อย่างแน่นอน เพราะตามกฏหมายของ กกต.ก็มีกฎระเบียบบังคับในเรื่องนี้อยู่ นอกจากนั้นรูปแบบการเสนอข่าวของ ASTV ก็ไม่เหมือนใคร เพราะหากดีก็เสียหากไม่ดีก็ต้องถูกโจมตีอย่างแน่นอน 
 
 นายสุริยะใส กล่าวต่อไปว่า สำหรับคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองวใหม่นั้น จะต้องให้พันธมิตรฯ ในแต่ละพื้นที่หรือในแต่ละจังหวัด เป็นผู้คัดกรองจากสมาชิกของพรรค จากนั้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจากแกนนำพันธมิตรฯ หรือกรรมการบริการพรรค ส่วนผู้ที่จะเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์นั้น ไม่ต้องมาคิดหรือเข้ามาร่วมอย่างเด็ดขาด เพราะพรรคการเมืองใหม่ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงผลประโยชน์ ส่วนกลุ่มทุนที่จะเข้ามาก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่ต้องไม่มีเงื่อนไขในการเข้าร่วมกับพรรค 
 
 นายสุริยะใสกล่าวว่า หาก กกต.รับรองการตั้งพรรคการเมืองใหม่ คณะผู้บริหารหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องเรียกประชุมใหญ่ เพราะตามกฎหมาย หลังจาก กกต.รับรองการตั้งพรรคแล้ว ในเวลา 1 ปี จะต้องมีสมาชิกอย่างต่ำ 5,000 คน มีสาขาพรรคครบทั้ง 4 ภาค โดยหากถึงขั้นตอนนั้น ก็ต้องรีบดำเนินการทันที 
 
 ด้านนายสุทธิ อัชฌาศัย กรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า การเมืองใหม่ ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนได้ยกระดับสถานะไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองให้มีการบริหารจัดการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พรรคการเมืองใหม่จะเร่งสร้างความรู้ของประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดอำนาจของประชาชน และถ้าเป็นไปได้ เมื่อเรามีอำนาจเราจะใช้อำนาจอย่างมีความรู้ นี่คือหัวใจสำคัญของการเมืองใหม่ ที่เราคิดว่า คือโอกาสของประชาชนคนไทยทุกคน 

 

Random Posts

Valid XHTML 1.0 Transitional

Valid CSS!