หนุนเอกชนดึง มทร. ธัญบุรี ร่วมพัฒนา กังหันลมผลิตไฟฟ้า เชิงพาณิชย์

June 20, 2009

 สนช. - พระพายเอ็นจิเนียริ่งจับมือ มทร.ธัญบุรี แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน สนช. สนับสนุน 7 แสนบาท พัฒนากังหันลมผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชน์ ขนาด 2 กิโลกวัตต์ ใบพัดกังหันเหมาะใช้กับความเร็วลมต่ำในประเทศแถบเขตร้อน พร้อมหมุนส่ายหาลมได้ ต้นทุนการผลิตต่ำ ประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง 
 
 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานแถลงข่าวพิธีมอบเงินค่าบริการวิชาการในโครงการ กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ชนิดเสาเดี่ยวร่วม ระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และบริษัท พระพายเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ 
 
 ดร. ศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ด้านพลังงานกำลังได้รับความสนใจจากประเทศต่างๆ เนื่องจากราคาน้ำมันที่มีความผันผวนและมีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น ดังนั้น ในหลายประเทศจึงมุ่งพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้นคว้าวิจัยที่จะนำพลังงานธรรมชาติ เช่น พลังงานชีวมวล พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานลม เพื่อนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ประเทศไทยก็มีความตื่นตัวทางด้านการใช้พลังงานทดแทนเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลมีนโยบายทั้งทางด้านการรณรงค์ให้มีการประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้มีการใช้พลังงานทดแทนอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น 
 
 สนช. ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว จึงได้ริเริ่มและในการสนับสนุนโครงการนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือกไปแล้วหลายโครงการ โดยส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกิดจากความเชื่อมโยงระหว่างสามหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานวิจัย ภาคเอกชน และสนช. โดยจะส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการ และ สนช. จะทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมรังสรรค์ให้เกิดการลงทุนสู่เชิงพาณิชย์ ซึ่งโครงการ กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ ชนิดเสาเดี่ยวร่วม จัดเป็นหนึ่งในโครงการนวัตกรรมรายอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ด้านพลังงานสะอาด ซึ่ง สนช. ได้ให้การสนับสนุนด้านการเงินภายใต้โครงการ แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน ในวงเงินไม่เกิน 708,000 บาท จากมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 1,208,000 บาท ให้กับบริษัท พระพายเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เพื่อใช้ในการพัฒนากังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ ชนิดเสาเดี่ยวร่วม ซึ่งได้ออกแบบใบกังหันที่เหมาะสมกับความเร็วลมต่ำในประเทศไทย รวมถึงออกแบบชุดหมุนส่ายหาลม ชุดหางกังหัน ชุดเพลาส่งกำลังและระบบเบรกพร้อมชุดผ่อนแรง (absorber) อีกทั้งสามารถลดต้นทุนในการผลิตและการติดตั้งเสา ค่าขนส่งและใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีต่อแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนาผลงานวิจัย ให้เห็นภาพเชิงรูปธรรมต่อโครงการอีกจำนวนมากจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ต่อไปในอนาคต 
 
 ในระยะเวลาที่ผ่านมา สนช. ได้ดำเนินการร่วมกับ มทร. ธัญบุรีในการร่วมเป็นเครือข่ายด้านวิชาการให้กับผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมไปแล้ว 4 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการแผ่นป้ายอะคริลิคประหยัดพลังงาน 2) โครงการเครื่องผลิตไฟฟ้าและน้ำมันจากขยะพลาสติกและขยะอุตสาหกรรม 3) โครงการหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ T5 นาโน ไร้ฝุ่น และ 4) โครงการสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง รวมมูลค่าการสนับสนุนจำนวน 4,750,000 บาท ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุน 51,098,000 บาท ดร. ศุภชัย กล่าว 
 
 รองศาสตราจารย์ ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้มุ่งเน้นในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดการค้นคว้าและวิจัย เพื่อพัฒนาให้เกิดผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ และสามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง โดยโครงการ กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ชนิดเสาเดี่ยวร่วม นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนาผลงานวิจัยเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการในการสร้างธุรกิจใหม่บนฐานความรู้ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้ให้บริการวิชาการนี้กับบริษัท พระพายเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด โดยได้รับค่าตอบแทนในการให้บริการวิชาการเป็นวงเงิน 200,000 บาท เพื่อร่วมกันพัฒนาต้นแบบกังหันลมผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาด 2 กิโลวัตต์ ชนิดเสาเดี่ยวร่วม แบบความเร็วลมต่ำ ความเร็วลมที่ต้องการ 2.5 3 เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นแบบที่มีความเหมาะสมกับความเร็วลมในประเทศไทย โดยผลงานดังกล่าวเป็นของดร. วิรชัย โรยนรินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มพลังงานทดแทน 
 
 ด้านนายสัญชัย อาจสามารถ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พระพายเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด กล่าวว่า กังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาด 2 กิโลวัตต์ชนิดเสาเดี่ยวร่วมที่ผลิตขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายหลักคือ ต้องการสร้างต้นแบบและใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอย่างเหมาะสมด้วยการใช้เสาเดียวกันต่อหัวกังหันลม 2 ชุดทำให้สามารถลดการใช้เสาและวัสดุเหล็ก อีกทั้งยังสามารถทำงานได้ต่อเนื่องหากชุดใดต้องการซ่อมบำรุงหรือดูแลรักษา 
 
 นอกจากนี้ ยังสามารถออกแบบใบกังหันให้เหมาะสมกับความเร็วลมเฉลี่ยของประเทศไทยหรือประเทศในแถบร้อนที่มีความเร็วลมเฉลี่ยอยู่แค่เพียง 3-4 เมตรต่อวินาทีเท่านั้น โดยผลงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดและประยุกต์จากเครื่องต้นแบบเดิมของทางทีมวิจัยศูนย์วิจัยพลังงานลม น้ำ และแสงอาทิตย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 
 

Random Posts

Valid XHTML 1.0 Transitional

Valid CSS!