“เท้า” อวัยวะสำคัญ ที่ทุกครอบครัวไม่ควรละเลย

June 20, 2009

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 “เท้า” อวัยวะเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อร่างกายและการดำรงชีวิต ปัจจุบันหลายครอบครัวมักมองข้ามการดูแลเท้าน้อยกว่าเรื่องอื่นๆ หรือส่วนอื่นๆ ในร่างกาย แต่หารู้ไม่ว่า มนุษย์ใช้เท้าเดินชั่วชีวิตประมาณ 184,000 กิโลเมตร หรือ 4 เท่า ของระยะทางรอบโลก นั่นแสดงให้เห็นว่า เท้าต้องทำงานหนักทุกวัน จนบางครั้งอาจเกิดอาการป่วยขึ้นมาก็เป็นได้ ถ้าไม่รู้จักดูแล และรักษาอาการป่วยให้ตรงจุด 
 
 กับเรื่องนี้ “นพ.เชิดพงศ์ หังสสูต” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเท้า คลินิกเท้า (Foot clinic) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช อธิบายว่า โครงสร้างเท้าของคนเราเป็นสถาปัตยกรรมที่มหัศจรรย์ และน่าทึ่งมาก ด้วยความพิเศษของการออกแบบโครงสร้างตามธรรมชาติประกอบด้วยกระดูกทั้งหมด 28 ชิ้น ซึ่งจะถูกยึดเป็นข้อต่อต่างๆ ด้วยเยื่อหุ้มข้อ พังผืด และด้วยกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ในฝ่าเท้าที่มีถึง 4 ชิ้น รวมทั้งเอ็นของกล้ามเนื้อต่างๆ 
 
 คุณหมอยังบอกต่อว่า เท้ามีชั้นไขมันรองรับ และปิดด้วยผิวหนัง ฝ่าเท้าคนเรามีความพิเศษมาก ซึ่งมีความหนาประมาณ 4-5 มิลลิเมตรเป็นชั้นสุดท้าย ทั้งหมดเพื่อการกระจายน้ำหนัก บรรเทาแรงกระแทกที่จะส่งต่อขึ้นสู่เข่า สะโพก และกระดูกสันหลัง 
 
 นอกจากนี้ ขณะที่เรายืน เดิน หรือวิ่ง น้ำหนักของร่างกายทั้งหมดจะถูกส่งมาที่เท้าทั้งสองข้าง ส่วนโค้งของเท้าจะยุบตัวลงเพื่อลดแรงกระแทก แรงกระแทกที่กระทำต่อเท้า แท้จริงแล้วคือแรงที่เกิดจากปฏิกิริยาตอบกลับจากพื้นสู่เท้า ซึ่งจะขึ้นสูงถึง 1.4-1.6 เท่า ของน้ำหนักตัว และจะสูงถึง 3-5 เท่า ในขณะที่เราวิ่ง แรงกระแทกทั้งหมดจะส่งต่อไปยังเข่า สะโพก และกระดูกสันหลัง 
 
 และแน่นอนว่า เมื่อเราใช้เท้าในการเดินมาก ก็ทำให้เกิดอาการป่วยได้ สำหรับอาการ และโรคที่มักเกิดจากเท้า เกิดจากการสวมรองเท้าที่ผิดสุขลักษณะหรือรองเท้าส้นสูง เช่น นิ้วหัวแม่เท้าเก เส้นเลือดขอด ปวดฝ่าเท้าด้านหน้า มีหนังด้าน หรือตาปลาที่ฝ่าเท้า ปวดล้าบริเวณนิ้วเท้า น่อง และหลัง นอกจากนี้ การใส่รองเท้าคับยังเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานและโรคต่างๆ อีกมากมาย ดังนั้นคุณหมอจึงแนะนำการดูแลเท้ากับการใส่รองเท้าที่เหมาะสมอย่างง่ายๆ สำหรับคนในครอบครัวว่า 
 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

 * คู่มือก่อนพาครอบครัวซื้อรองเท้า * 
 
 - รองเท้าที่เหมาะสมควรทำด้วยวัสดุที่ยืดหยุ่น และระบายอากาศได้ดี เช่น หนังแท้ หนังสังเคราะห์ และผ้าบางชนิด เป็นต้น 
 
 - ในการซื้อรองเท้า ควรเป็นเวลาสายๆ หรือบ่าย เพราะช่วงนั้นเท้าจะขยายออกเต็มที่ และสวมถุงเท้าทุกครั้งที่ลองรองเท้า 
 
 - เลือกสวมรองเท้าส้นเตี้ย ที่มีความสูงต่างระดับไม่เกิน 0.5-1.5 นิ้ว 
 
 - ขนาดรองเท้าต้องพอดีไม่เล็ก หรือหลวม ควรสังเกตความกว้างของเท้าให้เหมาะสมกับเท้า โดยเฉพาะส่วนหน้า อย่าเลือกแบบที่เรียวแคบควรเลือกชนิดหัวกว้างพอที่ให้นิ้วเท้าขยับได้ 
 
 - รองเท้าควรปรับขนาดได้ด้วยเชือก หรือ เวลโคร (Velcro) 
 
 - ด้านในรองเท้าควรบุให้นิ่มและเรียบ โดยเฉพาะส่วนพื้นในที่รับเท้าต้องยืดหยุ่น เช่น ถ้าเป็นรองเท้ากีฬา ส่วนนี้ควรหนา 5-10 มิลลิเมตร 
 
 - เมื่อซื้อรองเท้าคู่ใหม่อาจต้องใช้เวลาคุ้นเคยก่อน โดยการใส่รองเท้าคู่นั้นนานๆ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วถอดออก ต้องไม่เกิดแผลพองหรือระคายเคืองเท้า ค่อยๆ เพิ่มเวลานานขึ้นในแต่ละวัน วันละ 1 ชั่วโมง จนครบ 1 สัปดาห์ 
 
 อย่างไรก็ดี ในการแพทย์คุณหมอบอกว่า สามารถใช้รองเท้าในการรักษาได้อีกด้วย เช่น ให้มีการรับแรงกระแทก กระจายแรงไปสู่ส่วนที่เป็นรอยโรค ประคองรูปเท้า เพื่อเสริมการทำงานของข้อต่อเท้าให้มีประสิทธิภาพ ลดการเจ็บปวด แก้ไขการผิดรูปในเท้าเด็ก ป้องกันแผลในคนไข้เบาหวาน เป็นต้น 
 
 ดังนั้น สิ่งที่เรียกว่า “เท้า” คือสิ่งที่ทำให้เรายืนหยัดได้จนถึงทุกวันนี้ การดูแลอย่างเข้าใจ และใส่ใจไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย นั่นจะทำให้เท้ามีสุขภาพดี และแข็งแรง…คงถึงเวลาแล้วนะครับ ที่ทุกครอบครัวควรหันมาดูแลอวัยวะสำคัญอย่าง “เท้า” กันให้มากขึ้น :> 
 

Random Posts

Valid XHTML 1.0 Transitional

Valid CSS!