อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย

May 30, 2008

            อุทยานมัจฉาโขงกุดหวาย 

                ตั้งอยู่ที่บ้านโขงกุดหวาย หมู่ที่ 7 ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ตามเส้นทางมหาสารคาม กมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์

                บริเวณอุทยานตั้งอยู่ในกุดหวาย กุด คือ ลำน้ำที่ปลายด้วน เดิมบริเวณฝั่งกุดมีต้นหวายอยู่ทั่วไป ส่วนเนินดินกลางกุดและริมคุ้งน้ำมีหญ้าคา หญ้าแฝก และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหลายชนิด พระครูพิทักษ์ โกสุมพิสัย (ญาครูโม่ง) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี ได้ไปตั้งสำนักสงฆ์ใน พ.ศ. 2527 ปัจจุบันคือวัดพิทักษ์สามัคคีโพธิ์ศรี 2 ซึ่งเป็นศูนย์รวมชุมชนโขงกุดหวาย พ.ศ. 2533 กุดหวายตื้นเขินมากด้วยสวะ หน่วยราชการได้ขุดลอกคุ้งน้ำตามแนวเดิม ที่เป็นรูปเกือกม้า พ.ศ. 2538 เกิดน้ำหลากล้นฝั่งน้ำชีทะลักเข้ากุดหวาย ทำให้ปลาจากแม่น้ำมูลว่ายทวนกระแสน้ำตามลำน้ำชีเข้ามาอยู่ในโขงกุดหวาย เช่น ปลาเผาะ (ปลาเปาะเป็นปลาไม่มีเกล็ดลำตัวยาวประมาณ 2 ศอก ชอบว่ายตามผิวน้ำเพื่อหาอาหาร) ปลาตะเพียน ยี่สก นิล ไน และปลาท้องถิ่นอื่นรวมอยู่ด้วย ปัจจุบันปลาเผาะมีมากกว่าปลาชนิดอื่น ๆ ต่อมาชาวบ้านและหน่วยราชการร่วมกันพัฒนาด้านต่าง ๆ มีการเสริมคันดินให้แข็งแรงปิดกั้นทางน้ำไม่ให้ไหลลงชี ตกแต่งสถานที่ให้ร่มรื่นสวยงามเหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อน ดำเนินการโดยสภาวัฒนธรรมหมู่บ้านโขงกุดหวาย

แก่งเลิงจาน

May 30, 2008

แก่งเลิงจาน

                 

               เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของสถานีประมงเพราะพันธุ์ปลาน้ำจืด บริเวณโดยรอบของแก่งเลิงจานมีทิวทัศน์สวยงาม ประชาชนนิยมไปพักผ่อนกันมาก

 

 

 

               

บ้านแพง

May 28, 2008

อยู่ที่ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันตก 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข

208 มหาสารคาม ขอนแก่น เป็นแหล่งทำผลิตภัณฑ์จากกก (ไหล ผือ) ที่มีชื่อเสียงหลายชนิด เช่น เสื่อ กระเป๋า

หมวก ชุดรองจาน ฯลฯ มีลวดลายสวยงามประณีต เช่น ลายฝันเลื่อย ลายกระจับ ลายหมี ลายสร้อยดอกหมาก

เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองมหาสารคามนิยมไปเยี่ยมชมและซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึกอยู่เสมอ

ในปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพงยังได้มีการพัฒนารูปแบบเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ
อีกมากมายจนประสบผลสำเร็จด้านการตลาดสามารถส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศสร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเดือนละนับแสนบาท
และล่าสุดผลิตภัณฑ์
ของกลุ่มยังได้รับการรับรองว่าเป็นสินค้าคุณภาพระดับ 5 ดาว จากทางจังหวัดมหาสารคามตามโครงการหนึ่งตำบล
หนึ่งผลิตภัณฑ์ นางอุดม พิณหอม ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพงเล่าความเป็นมาว่าในหมู่บ้านแพง ชาวบ้านปลูกต้นกกไว้
ประมาณ 200 ไร่เพื่อเป็นวัสดุในการทอเสื่อไว้ใช้สอยในครัวเรือน ถือเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นที่ทำสืบทอดต่อ ๆ กันมา นอกจากจะ
ทอไว้ใช้สอยเองแล้ว บางส่วนก็ส่งขายตลาดทั่วๆไป เป็นรายได้เสริมหลังว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ต่อมาในปี 2521 มีการรวมตัวเป็น
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพง ระดมทุนจากสมาชิกคนละ 100 บาท เป็นทุนก่อตั้งช่วงแรกสินค้าของทางกลุ่มยังมีการทอเสื่อกกเป็น
เสื่อม้วนลายสลับสีธรรมดา ยอดขายก็ไม่ค่อยดีนักเพราะผลิตภัณฑ์ขาดความโดดเด่นเฉพาะตัวไม่สอดคล้องกับความต้องการ
ของตลาด ต่อมาเมื่อทางภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นตามโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ทางสำนักงาน
พาณิชย์จังหวัดและสำนักงานพัฒนาชุมชนก็เข้ามาสนับสนุนส่งเสริมพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์กกให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกกของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแพงมีหลากหลายรูปแบบที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอาทิ แบบ
กระเป๋า  หมอนข้างหมอนอิง  ที่รองจาน  จุดเด่นที่ ป็นเอกลักษณ์คือลวดลาย นำเอาลายมัดหมี่และลายถักเปีย ซึ่งเป็นลายผ้า
อีสานมาประยุกต์ใช้ทอลงบนเสื่อ พร้อมกับการเล่นโทนสีไล่ระดับอ่อน กลาง แก่เป็นการผลิตอย่างประณีต ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มี
คุณภาพสวยงามทนทาน เมื่อนำสินค้าออกงานแสดงจึงมีออเดอร์สั่งสินค้าเข้ามาหลายแห่ง เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร ห้างฟิวเจอร์พาร์ค
ห้างนีโอสยาม และตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี พม่า ลาว รวมทั้งพ่อค้ารายย่อยที่มารับซื้อที่กลุ่มทำให้แต่ละเดือนมียอดการขาย
รวมไม่ต่ำกว่า 500 ชิ้น มูลค่ากว่า 2 แสนบาท บางเดือนทำส่งลูกค้าแทบไม่ทัน ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพหรือไม่ ขั้นต้นขึ้นอยู่กับการเลือก
ต้องพิถีพิถัน โดยต้นกกอายุต้องไม่ต่ำกว่า 3 เดือน นำมาซอยตามขนาดของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบไว้ จากนั้นนำไปตากให้แห้งสนิท
นาน 1สัปดาห์แล้วนำมาย้อมสีตามต้องการจึงนำมาทอเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หากประชาชน หรือร้านค้าสนใจอยากจับจ่ายสินค้าแปรรูป
จากกกของทางกลุ่มก็ติดต่อเข้ามาได้ที่ โทร 043-776065 ทางกลุ่มยินดีต้อนรับ

หมู่บ้านหัตถกรรมบ้านหนองเขื่อนช้าง

May 28, 2008

เป็นหมู่บ้านหัตถกรรม ตั้งอยู่ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันตกตามทางหลวงหมายเลข 208 มหาสารคาม โกสุมพิสัย ระยะทาง 9 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงในการทอผ้าไหมและผ้าฝ้าย ชาวบ้านแทบทุกครัวเรือนทอผ้าและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เสื้อ กางเกงขาก๊วย หมอนขิด กระเป๋า ย่าม และอื่น ๆ นับเป็นแหล่งหัตถกรรมที่สำคัญของจังหวัดซึ่งผู้คนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน

นิยมไปซื้อหาสินค้าพื้นเมืองที่มีคุณภาพดีและราคาย่อมเยา

หมู่บ้านปั้นหม้อ

May 28, 2008

อยู่ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงสายมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านมีอาชีพปั้นหม้อดินเผา ซึ่งชาวอีสานใช้ใส่น้ำและเป็นภาชนะในการปรุงอาหาร คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากจังหวัดนครราชสีมา ยึดการปั้นหม้อเป็นอาชีพหลัก การทำนาเป็นอาชีพรอง ดินที่ใช้ปั้นหม้อได้จากหนองน้ำใกล้หมู่บ้าน เรียกว่า หนองเบ็น การปั้นหม้อ ยังใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิมด้วยการนำดินมาขึ้นรูปปากหม้อก่อน แล้วใช้ความชำนาญของมือและเข่าหมุนวนเพื่อขดปากหม้อให้กลมโดยไม่ใช้แป้นหมุนใช้แบนไม้ตีด้านนอก อีกมือหนึ่งใช้หินดุ (ดินเผารูปโค้งมน) ดุนไว้ภายในหม้อ ตีผิวให้ได้ความหนาสม่ำเสมอจนจดก้นหม้อ ขัดผิวให้เรียบด้วยน้ำโคลนเหลว ผึ่งลมไว้ 2 3 วัน จึงนำไปเผา

นอกจากการปั้นหม้อแล้วยังมีผลิตภัณฑ์อื่น เช่น ตุ่มน้ำ กาน้ำ เตา เป็นต้น เครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้ ได้รับการพัฒนารูปทรงให้เหมาะสม ทันสมัย ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมซื้อไปใช้และเป็นของที่ระลึกอยู่เสมอ

ความเปลี่ยนแปลงในจังหวัดมหาสารคาม

May 23, 2008

ความเปลี่ยนแปลงของจังหวัดในระยะหลังมีหลายประการ คือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 ตำบลตลาด ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลเมืองมหาสารคาม

พ.ศ. 2480 ได้ยุบตลาดเจริญ แล้วสร้างตลาดเทศบาลขึ้นตรงข้ามสถานีตำรวจในปัจจุบัน บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการเทศบาลสถานีรถโดยสาร สุขศาลา ในสมัยนั้นด้วย

พ.ศ. 2513 ได้ย้ายสถานีรถโดยสารไปอยู่ริมคลองสมถวิลด้านทิศใต้

พ.ศ. 2519 ได้ย้ายสำนักงานเทศบาลเมืองมหาสารคามไปอยู่หลังบริเวณเมืองใหม่ใกล้กับสถานีขนส่ง

บทบาทและหน้าที่ของประชาชน

May 23, 2008

นอกจากราชสำนักกรุงเทพจะระบุหน้าที่ของเจ้าเมืองแล้วยังกำหนดให้ประชาชนต้องมี บทบาท และหน้าที่ดังนี้ Read more

บทบาทและภาระหน้าที่ของเจ้าเมือง

May 21, 2008

ราชสำนักกรุงเทพ ได้กำหนดบทบาทภาระหน้าที่ของเจ้าเมืองและกรมการเมืองมหาสารคามในระยะแรกไว้ดังนี้

Read more

สัญลักษณ์จังหวัดมหาสารคาม

May 21, 2008

ตราจังหวัดมหาสารคาม

รูปต้นไม้กับทุ่งนา

เป็นรูปต้นไม้ใหญ่และท้องทุ่ง หมายถึง พื้นดินอันอุดมให้ความสุขสมบูรณ์แก่ประชาชน ซึ่งมีการทำนาเป็นอาชีพหลัก พื้นที่ในจังหวัดนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร

นอกจากการทำนาชาวเมืองยังมีอาชีพอีกหลายอย่าง เช่น ทำเกลือสินเธาว์ ไร่ฝ้าย ยาสูบ และเลี้ยงไหม เมืองมหาสารคามแยกออกมาจาก แขวงเมืองร้อยเอ็ดในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

จังหวัดมหาสารคามใช้อักษรย่อว่า “มค”

คำขวัญประจำจังหวัดมหาสารคาม
“พุทธมลฑณอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร”

เพลงมาร์ชมหาสารคาม

กำหนดสาระของบทเพลง วิชัย ทัศนเศรษฐ์
ประพันธ์คำและทำนอง สำเร็จ คำโมง

………. พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า

ตักศิลานคร ต้นไม้ใหญ่และทุ่งนา อำนวยข้าวปลาทรัพยากร

ถิ่นอุดมร่มเย็นยิ่งใหญ่ บวรคู่ควรนามนคร มหาสารคาม

พระธาตุนาดูน ยืนค้ำดูนพุทธธรรมนำใจ

พระพุทธกันทรวิชัยพระเจริญราชเดช หลักเมืองเรืองนาม

ปรางค์กู่ชุมชนโบราณ วนอุทยานแก่งธารงดงาม

สถาบันการศึกษาพระอาราม ล้วนเสริมส่งศีลธรรมพัฒนาประชากร

เมืองศูนย์กลางการศึกษา ศาสนาวัฒนธรรม

อู่ข้าวอู่น้ำเศรษฐกิจบัณฑิตคนดีมีเกียรติขจร

ธงเหลืองน้ำตาลคู่เมืองห่มความรุ่งเรืองคุ้มครองนาคร

สิบธำรงเผ่าพงศ์พุทธันดรจากจำปาศรีนคร เป็นมหาสารคาม ……….

สภาพทางเศรษฐกิจ

May 19, 2008

สภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของมหาสารคาม เดิมพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำรายได้เฉลี่ยต่อหัว 21,847 บาทต่อปี (พ.ศ. 2544) ปัจจุบันเศรษฐกิจของจังหวัดมหาสารคาม เริ่มเปลี่ยนจากการพึ่งพาการเกษตรไปเป็นการพึ่งพาการอุตสาหกรรม การพาณิชย์และการบริการมากขึ้น Read more

Next Page »

Valid XHTML 1.0 Transitional

Valid CSS!