บทบาทและหน้าที่ของประชาชน

May 23, 2008

นอกจากราชสำนักกรุงเทพจะระบุหน้าที่ของเจ้าเมืองแล้วยังกำหนดให้ประชาชนต้องมี บทบาท และหน้าที่ดังนี้

1. ประกอบอาชีพ ทำมาหากินในทางสุจริต เพื่อเลี้ยงครอบครัว ซึ่งจะทำให้บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์

2. ถึงฤดูกาลจะต้องไปเก็บผลเร่วมาส่งส่วย ตามปกติจะเป็นช่วงประมาณเดือน 9 10 ซึ่งผลเร่วสุก นำมาผึ่งแดดหรือรมควันให้แห้ง แล้วส่งเป็นส่วนในอัตรา 10 เลกต่อผลเร่ว 1 หาบ ซึ่งหมายความว่าชายฉกรรจ์ 10 คนจะต้องส่งส่วยเป็นผลเร่วหนัก 60 กิโลกรัม คนหนึ่งต้องหาผลเร่วให้ได้ 6 กิโลกรัมต่อปี หรือหากไม่สามารถหาผลเร่วได้จะต้องหาเงินมาจ่ายเป็นส่วยคนละ 2 บาท หรือ ทองคำคนละ 1 สลึงหรือยางรัก คนละ 1 ทะนาน

3. ข้อห้ามสำคัญ คือ ห้ามคบหาพากัน สูบ กิน ขาย ซื้อฝิ่นและห้ามทำตัวเป็นโจรผู้ร้ายลักทรัพย์สิ่งของราษฎรให้ได้รับความเดือดร้อน

ในสมัยพระเจริญราชเดช (ฮึง) ได้สร้างวัดโพธิ์ศรี และเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ใน พ.ศ. 2434 มีบุญบั้งไฟด้วย จากร่องรอยหลักฐานตึกดินของนายชื่นชัย วรามิตร ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน และคำบอกเล่าทำให้ทราบว่าบริเวณนี้เป็นทั้งศูนย์ราชการ ย่านการค้า และชุมชนของคนเมืองมหาสารคาม ชาวเมืองมหาสารคามเรียกตลาดนี้ว่า ตลาดสี่ก๊ก เพราะอยู่บริเวณสี่แยก

การค้าในยุคแรกยังเป็นการแลกเปลี่ยนสินค้าไม่มีเงินตราในการซื้อขาย สินค้าส่วนใหญ่เป็นข้าวเปลือก ผ้าฝ้ายและสินค้าพื้นเมืองอื่น ๆ

ในสมัยหลวงอังคณานุรักษ์ (ร.อ.สมถวิล เทพาค้า) เป็นข้าหลวงจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัด) ได้ขุดคลองสมถวิล เพื่อใช้อุปโภค บริโภค และการกสิกรรม โดยได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมทั้งราษฎร ได้อุทิศที่ดินให้ลงมือขุดคลอง เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2477

Random Posts

Valid XHTML 1.0 Transitional

Valid CSS!