กบ พิมลรัตน์ เผยไม่ได้เบี้ยวงานเพราะกลัว มะหมี่ ย้ำสัมพันธ์ “กอล์ฟ” ไม่คืบหน้า
June 20, 2009
กบ พิมลรัตน์ ยันไม่ได้เบี้ยวงานเพราะกลัวต้องเจอ มะหมี่ อ้างเล็บหลุดเลยไม่ได้ไป ย้ำไม่เคยมีปัญหากับดาราสาวรุ่นพี่ ด้านสัมพันธ์กับหนุ่ม กอล์ฟ อัครา ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรคืบหน้า
หลังจากเปิดตัวว่าคบหาดูใจกันอยู่ ก็มักจะได้เห็นคู่ของหนุ่ม กอล์ฟ อัครา อมาตยกุล กับดาราสาว กบ พิมลรัตน์ พิศลยบุตร ควงกันออกงานอยู่เรื่อยๆ แต่ล่าสุดในงานวันปิด เทศกาลหนังตลกโลก ที่เซ็นทรัลเวิร์ลมีรายชื่อของทั้งคู่ไปร่วมงาน เช่นเดียวกับ มะหมี่ นคประภา นาคประสิทธิ์ อดีตแฟนเก่าของกอล์ฟก็ต้องมาร่วมงานด้วยเช่นกัน แต่ปรากฏว่าทั้งกอล์ฟและกบกลับไม่ไปร่วมงานดังกล่าว งานนี้ก็เลยเมาท์กันสนั่นว่าจงใจชิ่ง เพราะไม่อยากจะเจอกับกับมะหมี่หรือเปล่า อย่างไรก็ตามกบได้เปิดเผยว่า เหตุที่ไม่ไปนั้นเพราะเล็บหลุด ไม่สามารถใส่ส้นสูงได้ จึงงดออกงาน
เปล่าค่ะ ไม่ได้กลัวปะทะอะไร คิดกันไปเอง(หัวเราะ) คือวันนั้นรู้สึกเล็บเท้าหลุด ก็ประสบอุบัติเหตุนิดนึงน่ะค่ะ แล้ววันนั้นใส่ส้นสูงไม่ได้จริงๆ มันเจ็บเท้ามากก็เลยขอยกเลิกก่อน แต่พี่กอล์ฟก็ไปนะคะ แต่พี่มะหมี่กบไม่แน่ใจ พี่กอล์ฟไม่ไปเหรอคะ ไม่รู้(หัวเราะ)
กบก็โทรถามว่าพี่กอล์ฟไปหรือเปล่า เพราะตอนแรกว่าจะไปค่ะ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ได้ เพราะวันรุ่งขึ้นก็เล็บเท้าหลุดน่ะค่ะ ก็เลยโทรไปบอกพี่ที่เขาโทรมาชวนว่าคงไปไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วย ไม่ได้เกี่ยวกับไม่อยากเจอใครเลยค่ะ จังหวะบังเอิญมากกว่าค่ะ
ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับสาว มะหมี่ เพราะยังได้เจอกัน 3 คนอยู่เลย และมีการโทรปรึกษากันตลอด
หลังๆ ก็มีเจอกันบ้างนะคะ อย่างวันเกิดล่าสุดพี่กอล์ฟก็พาไปเลี้ยง พี่มะหมี่ก็ไปด้วย เจอกันก็ไม่มีอะไรไม่มีอะไรจริงๆ(หัวเราะ) กบก็รู้จักพี่มะหมี่มาตั้งนานแล้ว แต่ว่าอาจจะรู้จักพี่กอล์ฟก่อน ใกล้ชิดพี่กอล์ฟมากกว่าเพราะว่าเคยร่วมงานกับพี่กอล์ฟ แต่พี่มะหมี่เพิ่งมาได้คุยกันระยะหลังๆ ค่ะ ได้รู้จักแกมากขึ้น เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่มะหมี่ ก็มีโทรคุยเรื่องหนังต่างชาติอะไรอย่างนี้ค่ะ เพราะว่าพี่เขามีประสบการณ์ก็จะถามเขาว่ายังไงบ้าง
ด้านความสัมพันธ์กับหนุ่ม กอล์ฟ เจ้าตัวเผยว่าไม่มีอะไรคืบหน้าเท่าไหร่ พร้อมโต้ภาพที่ฝ่ายชายไปกับสาวอื่นนั้นว่าคงเป็นแค่เพื่อนกันมากกว่า
ความสัมพันธ์กับพี่กอล์ฟเหรอ ไม่รู้ซิ(หัวเราะ) มันก็เป็นอย่างที่เห็นน่ะค่ะ ก็สนิทกันน่ะค่ะ ออกงานด้วยกันบ่อยมั้ย ก็ไม่ค่อยนะคะ เหมือนเดิม พัฒนาขึ้นมั้ย ก็เหมือนเดิมนะคะ(หัวเราะ) พี่เขาก็ยังเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเดิมนะคะ ก็ยังดูแลเทคแคร์เหมือนเดิม ก็ยังเป็นพี่ที่ดีเหมือนเดิม
ส่วนเรื่องภาพเขากับสาว คงเป็นเพื่อนเขามั้งคะ ไม่รู้เหมือนกัน(หัวเราะ) ไม่ได้ถามค่ะ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่หึงค่ะ เพราะว่ายังไม่ได้…..(หัวเราะ) ไม่งงนะคะ เพราะว่าเรายังไม่ได้ตกลงปลงใจอะไร เรายังไม่ได้บอกว่าเราเป็นแฟนกัน ก็มีเพื่อนเพิ่มมากขึ้น เพื่อนผู้ชายก็มีคนเข้ามาคุยบ้างเหมือนกันค่ะ

ลูกเทพ โพธิ์งาม เครียดพ่อโดนฟ้องล้มละลาย ไปไหนโดนล้อ ด้าน นีโน่-กรรชัย ยื่นมือช่วยเตรียมจัดคอนเสิร์ตล้างหนี้
June 20, 2009
ลูกเทพ โพธิ์งาม เครียดพ่อโดนฟ้องล้มละลาย ไปไหนเพื่อนฝูงก็กระทบกระเทียบ เผยพ่อมีรายจ่ายเดือนหนึ่งเป็นแสน บางครั้งก็ขาดมือบ้างแต่ก็ไม่ท้อ ไม่คิดฆ่าตัวตาย เผย นีโน่-หนุ่ม กรรชัย จะช่วยกันจัดคอนเสิร์ตช่วยล้างหนี้
ตั้งแต่ตลกรุ่นชั้นครู ป๋าเทพ โพธิ์งาม โดนฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย ด้านลูกสาว ท๊อฟฟี่ นิชาภา โพธิ์งาม แม้จะไม่ต้องแบกรับภาระอะไร แต่ก็ยอมรับว่าเครียดไม่น้อย เพราะโดนเพื่อนกระทบกระแทกเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ
ตอนแรกก็เครียดนะคะ เพราะแรกๆ เวลาไปข้างนอกก็เจอเพื่อน แล้วเขาก็บอกว่าอ้าวออกมาทำไมล่ะ ทำไมไม่ไปช่วยพ่อใช้หนี้อะไรอย่างนี้ หนูก็อ้าวคือเราไม่รู้เรื่องเลย แต่หนูให้กำลังใจพ่อตลอดนะคะ พ่อเขาก็บอกว่าอย่างน้อยเราก็ยังอยู่ เรายังไม่ตาย ถึงให้เราติดคุกก็ติดไป ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็ยังใช้ชีวิตอยู่ได้
พ่อเขาไม่เคยเครียดให้เห็นเลย ตอนนี้เขาก็ยังทำหนังซีดีของเขา 4 เรื่องอยู่ด้วย แต่ผลกระทบตั้งแต่โดนฟ้องก็…ไม่นิดหน่อยหรอกค่ะ เพราะว่าโดนตั้ง 3 ล้าน แต่ว่าหนูก็ไม่ค่อยรู้เรื่องนะคะเห็นแม่บอกว่ายอดจริงๆ มัน 8 แสน แต่เหมือนกับว่ามันเพิ่มดอกน่ะค่ะ คือถ้าหนูช่วยเขาได้หนูก็อยากจะช่วยเขาเหมือนกัน แต่ก็ทำแค่เราไม่เป็นภาระให้กับเขา แค่นี้เขาก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ
คือถ้าหนูมีพอที่จะจ่ายให้ได้หนูก็จะช่วย ตอนนี้หนูก็หาเงินเอง ใช้เองไม่ได้ไปรบกวนคุณพ่อหรือคุณแม่ แต่ไม่ใช่ว่าหนูแยกตัวออกมาจากครอบครัวนะคะ คือหนูดีใจตรงที่พ่อบอกว่าพ่อปลื้มใจแล้วที่รู้ว่าเราไม่เป็นภาระ และเรากล้าที่จะออกมาใช้ชีวิต เพราะตัวเขาเองทุกวันนี้ที่อยู่ตรงนี้ได้ก็ต้องต่อสู้และก็อดทน
แต่ก็มีให้แม่บ้างค่ะ แต่ถ้าจะให้หนูไปจ่ายเดือนละเป็นหมื่นๆ หนูก็ไม่รู้ว่าจะส่งยังไง แล้วก็อึดอัดเหมือนกันถ้าจะให้เงินพ่อ คือมันไม่ใช่น่ะค่ะ พ่อหนูไม่ได้ต้องการอย่างนั้น พ่อหนูต้องการแค่ว่าเราอยู่ได้ ทำงานได้เราโตเองได้
เผยว่าเดือนๆ หนึ่งค่าใช้จ่ายที่ ป๋าเทพ ต้องแบกรับภาระนั้นเกือบแสน แต่พ่อก็ยังทำธุรกิจต่อไป แม้จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จก็ตาม
พ่อเขาไม่เคยบอกนะคะว่าต้องจ่ายอะไรเดือนละเท่าไหร่ เพราะเขามีค่าใช้จ่ายเรื่องไร่ เรื่องอะไรเยอะแยะเลย แค่ไร่ก็เกือบแสนแล้วค่ะ พวกอาหารหมู อาหารเป็ด ไก่ ปลาที่เขาเลี้ยงไว้น่ะค่ะ ก็เคยคุยเรื่องที่เขาชอบทำธุรกิจอะไรเหมือนกัน แต่ว่าเขาไม่ค่อยอยากหยุดทำสักเท่าไหร่ ตอนนี้ก็ยังทำซีดี 4 เรื่องที่เขาทำอยู่ เวลาเขาไปถ่ายหนูก็ไปด้วย เพราะหนูรู้ว่าถ้าไม่ไปพ่อเขาจะรู้สึกไม่ดีน่ะ
แต่หนูก็งงเหมือนกันนะ บางทีที่มีคนมาถามหนูว่ารู้สึกยังไงที่เราโดนข่าวเรื่องล้มละลาย แต่พ่อเราก็เป็นคนธรรมดาก็เหมือนคนทั่วไปแค่นั้นเอง ก็ต้องมีปัญหาเหมือนกันทุกคน ทุกคนก็ต้องแก้ปัญหา พ่อเขาก็บอกว่าเรามีปัญหาเราก็ต้องแก้ของเราไปซิ ก็คือต้องจ่ายตามที่เราทำไว้ แต่ถ้าหนูมีเงินหนูต้องเต็มที่อยู่แล้ว หนูรักพ่อ
หนูก็ไม่รู้นะคะว่าพ่อเขามีเงินเก็บไว้ด้วยรึเปล่า เพราะยังไม่เคยรู้ว่าบางทีแต่ละเดือนที่เขาได้มาเขาเก็บกันยังไง เพราะว่าค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ค่าน้ำมัน ค่ากินในบ้าน ค่าแม่บ้านมันก็เยอะแล้ว แค่ไร่ก็เยอะแล้วเหมือนกันน่ะค่ะ
เผยว่าไม่เคยท้อกับเรื่องที่เกิดขึ้น และมีนักแสดงหลายๆ คนยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อย่าง นีโน่ เมทนี บุรณศิริ และ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ว่าจะจัดคอนเสิร์ตให้หาเงินสมทบทุนให้
ถามว่าท้อมั้ย ไม่ท้ออยู่แล้ว เพราะพ่อบอกว่าอย่าท้อ อายเพื่อนมั้ยเหรอ ถ้าสำหรับตัวหนูเอง พ่อเขามีวิธีสอนหนูคิดตั้งแต่เด็ก ตอนนี้หนูก็เลยรู้สึกว่าหนูต้องเข้มแข็ง คือเราไม่ได้เป็นใครมาจากไหน บ้านเราฐานะก็ไม่ได้ว่าร่ำรวยมาจากไหน
เห็นพวกอานีโน่ พี่หนุ่ม กรรชัยเขาก็ช่วยน่ะค่ะ แต่เห็นพ่อเขาบอกว่าเขาจะทำคอนเสิร์ตแฟมิลี่ล้างหนี้ หนูก็คุยกับพ่อแล้ว ก็พอดีไปดูคอนเสิร์ตอาหม่ำ พ่อเขาก็เลยบอกว่าเนี่ยเดี๋ยวเขาจะทำคอนเสิร์ตมั่ง หนูก็ว่าเอาจริงเหรอ จะเอาอีกแล้วเหรอ เรื่องเก่ายังไม่รู้จะเป็นยังไงเลย แต่เขาเป็นคนที่คิดอยากจะทำอะไรตลอดเพื่อผลงาน หนูมีความรู้สึกอย่างนั้นนะคะ ถึงแม้มันจะเป็นการสนองความต้องการของเขาก็ตาม
แต่ส่วนใหญ่แม่จะเครียด เพราะว่าเงินในส่วนที่เอาไปลงทุนเขาก็ต้องแบ่งมาจ่ายค่าอย่างอื่น ซึ่งบางทีก็ไม่พอ พ่อเขาก็เลยต้องลงทุนกับตรงนี้ให้สำเร็จ แต่เรื่องฆ่าตัวตายนี่ไม่มีอยู่แล้วค่ะผู้ชายคนนี้ เขาถึงบอกว่าห้ามท้อ อายหมามัน หนูได้ดูโฆษณา หนูไม่รู้นะว่าใครจะมองยังไง แต่หนูรู้ว่าหนูภูมิใจในตัวพ่อกับแม่ แล้วหนูก็รู้สึกว่าเขาสอนให้หนูโตแล้วก็คิดได้ด้วยตัวเอง

“วอซเนียคกี” คว้าแชมป์เทนนิสเอกอน อินเตอร์เนชันแนล
June 20, 2009
“วอซเนียคกี” คว้าแชมป์รายการที่ 5 ของอาชีพ
คาโรไลน์ วอซเนียคกี แร็กเกตสาววัย 18 ปีชาวเดนมาร์ก คว้าแชมป์เอกอน อินเตอร์เนชันแนล เป็นแชมป์รายการที่ 5 ของการเล่นอาชีพได้สำเร็จ หลังหวดเอาชนะ เวอร์จิเนีย ราซซาโน นักเทนนิสจากฝรั่งเศส 2 เซตรวด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เทนนิสเอทีพี ทัวร์ เและ ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ รายการ เอกอน อินเตอร์เนชันแนล ชิงเงินรางวัลรวม 4.5 แสนยูโร (ประมาณ 15 ล้านบาท) ที่อีสต์บอร์น ประเทศอังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ
คาโรไลน์ วอซเนียคกี มือ 9 ของโลกชาวเดนมาร์ก ดวลแร็กเกตกับ เวอร์จิเนีย ราซซาโน มือ 25 ของโลกจากฝรั่งเศส ปรากฏว่านักเทนนิสสาววัย 18 ปี อาศัยการเล่นที่เหนียวแน่นกว่าหวดเอาชนะคู่แข่งไป 2-0 เซต 7-6(7/5), 7-5 คว้าแชมป์ไปครองเป็นรายการที่ 5 ตลอดการเล่นอาชีพ พร้อมรับเงินรางวัล 37,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท)
อดีตแชมป์วิมเบิลดันระดับเยาวชนเมื่อ 3 ปีก่อน เปิดเผยหลังการคว้าแชมป์ว่า “นี่เป็นแชมป์รายการแรกบนคอร์ตหญ้า ดังนั้นจึงมีความหมายต่อฉันเป็นอย่างมาก ตอนแรกฉันหวังว่าจะสามารถปิดเกมลงได้อย่างเนิ่นๆ แต่ตอนนี้มันคงไม่สำคัญแล้วว่าฉันชนะอย่างไรเพราะตอนนี้ฉันมีความสุขมาก”

“เวทเทล” คว้าโพลฯ บริติช กรังด์ปรีซ์ “บัตตัน” ที่ 6
June 20, 2009
“เวทเทล” ชูนิ้วยืนยันอันดับที่เข้ามา
เซบาสเตียน เวทเทล แห่งทีมเรดบูลล์ คว้าตำแหน่งโพลโพซิชัน ของการแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (F1) รายการบริติช กรังด์ปรีซ์ ส่วน เจนสัน บัตตัน ผู้นำคะแนนสะสมจากบอรว์น จีพี ทำเวลาเข้ามาเป็นที่ 6 ในรอบควอลิฟาย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
การแข่งขันรถสูตรหนึ่งสนามที่ 8 ของฤดูกาล รายการ บริติช กรังด์ปรีซ์ ประเดิมรอบควอลิฟายกันไป เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552 ที่ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ประเทศอังกฤษ
ปรากฏว่า เซบาสเตียน เวทเทล ดาวรุ่งชาวเยอรมนีจากทีมเรดบูลล์ จะได้ออกสตาร์ทแถวหน้าหลังทำเวลาเข้ามาดีสุดที่ 1 นาที 19.509 วินาที เฉือนชนะ รูเบนส์ บาร์ริเคลโล นักขับชาวบราซิล จากบอรว์น จีพี ที่ทำเวลา 1 นาที 19.856 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ มาร์ค เว็บเบอร์ เพื่อร่วมทีมเรดบูลล์ ชาวออสเตรเลีย ที่ทำเวลาเข้ามา 1 นาที 19.868 วินาที
ขณะที่ เจนสัน บัตตัน ผู้นำคะแนนสะสมจากทีมบอรว์น จีพี ทำเวลาเข้ามาที่ 1 นาที 20.289 วินาที ออกสตาร์ทอันดับที่ 6 ส่วน ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลกฤดูกาลก่อนจากแม็คลาเรน ผลงานไม่สวยเข้ามาเป็นอันดับ 19 ด้วยเวลา 1 นาที 19.917 วินาที
สรุปผลงานการควอลิฟาย บริติช กรังด์ปรีซ์ 10 อันดับแรก
1. เซบาสเตียน เวทเทล (เยอรมนี / เรดบูลล์) เวลา 1:19.509 นาที
2. รูเบนส์ บาร์ริเคลโล (บราซิล / บรอว์น จีพี) เวลา 1:19.856 นาที
3. มาร์ค เว็บเบอร์ (ออสเตรเลีย / เรดบูลล์) เวลา 1:19.868 นาที
4. ยาร์โน ทรูลลี (อิตาลี / โตโยตา) เวลา 1:20.091 นาที
5. คาซูกิ นากาจิมา (วิลเลียมส์) 1:20.216 นาที
6. เจนสัน บัตตัน (อังกฤษ / บรอว์น จีพี) เวลา 1:20.289 นาที
7. นิโก รอสเบิร์ก (เยอรมนี / วิลเลียมส์) เวลา 1:20.361 นาที
8. ติโม กล็อก (โตโยต้า) เวลา 1:20.490 นาที
9. คิมี ไรค์โคเนน (ฟินแลนด์ / เฟอร์รารี) เวลา 1:20.715 นาที
10. เฟอร์นานโด อลอนโซ (สเปน / เรโนลต์) เวลา 1:20.741 นาที

สังสรรค์พันธมิตรฯพงษ์เพชร สุดชื่นมื่น ปชช.ร่วมงานคึกคัก
June 20, 2009
สังสรรค์พันธมิตรฯพงษ์เพชร ครั้งที่ 2 สุดคึกคัก “พล.ร.ท.ประทีป-ปราโมทย์” ร่วมขึ้นเวที ท่ามกลางพี่น้องพันธมิตรฯ จำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมงาน
วันนี้(20 มิ.ย.) การจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์พี่น้องพันธมิตรฯพงษ์เพชร ครั้งที่ 2 ที่บริเวณตลาดเพชรรัตน แขวงทุ่สองห้อง สุดคึกคักประชาชนในพื่นที่จำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมงาน ซึ่งบางรายคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่เคยร่วมต่อสู้กันมา ได้ออกมาจับจองที่นั่งตั้งแต่ก่อนเปิดเวทีหลายชั่วโมง
ขณะที่บรรยากาศโดยทั่วไปเต็มไปด้วยความชื่นมื่น พี่น้องพันธมิตรฯต่างทักทายกันถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบอย่างเป็นกันเอง ในการนี้ได้มี พล.ร.ท.ประทีป ชื่นอารมณ์ โฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ ร่วมขึ้นเวทีด้วย ส่งผลให้เวทีดูคึกคักไม่แพ้เวทีพันธมิตรสัญจรเลยทีเดียว
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()

เลขาฯ กษิตซัดกลับนพเหล่แก้เกี้ยว-แฉหลุดปากยอมรับทำเสียดินแดน
June 20, 2009
เลขาณุการ รมว.ต่างประเทศ สวนกลับ นพดลต่างหากแก้เกี้ยว หลังเซ็นรับรองให้กัมพูชาจดมรดกโลกปราสาทพระวิหาร จนศาลตัดสินว่าผิด ต้องรีบตามไปประท้วง แต่ก็ไม่เป็นผล รัฐบาลปัจจุบันต้องตามแก้ไขสิ่งที่ อดีต รมว.ต่างประเทศทำผิดเอาไว้ จับพิรุธ นพดลยอมรับกลายๆ หากไม่มีำคำสั่งศาลปกครอง หรือการประท้วง จะเสียดินแดนแน่
วันนี้ (20 มิ.ย.) นายชวนนท อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองของกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์กรณีที่นายนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศและที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวหาว่าการที่รัฐบาลไทยจะยื่นประท้วงยูเนสโก้ที่รับจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวเป็นการแก้เกี้ยวที่ไม่สามารถทวงคืนปราสาทพระวิหาร ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การแก้เกี้ยวแต่อย่างใด แต่การประท้วงเป็นไปตามมติของคณะกรรมการมรดกโลกในส่วนของไทยที่เห็นว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมานั้นไม่ถูกต้องตามขั้นตอน รวมทั้งสร้างความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ และเห็นว่าควรจะมีการจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชา
นายชวนนท์กล่าวต่อว่า การแก้เกี้ยวน่าจะเป็นการกระทำของนายนพดลมากกว่า เพราะนายนพดลทำความผิดเอาไว้ กรณีที่ไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชาสนับสนุนให้จดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งศาลปกครองมีคำตัดสินว่าการลงนามดังกล่าวผิดกฎหมาย พร้อมมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับนั้น นายนพดลจึงแก้เกี้ยวด้วยการตามไปประท้วงในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก(ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา) แต่ก็ไม่ทัน และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำพิพากษาว่า การกระทำดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เพราะไม่ผ่านการพิจารณาของสภาก่อน
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า กรณีที่นายนพดลอ้างว่า การที่เขาไปประท้วงทำให้ประเทศไทยไม่ต้องเสียดินแดนนั้น แสดงว่า นายนพดลยอมรับกลายๆ ว่าสิ่งที่เขาทำไปทีแรกนั้นจะทำให้เสียดินแดน ซึ่งหากศาลปกครองไม่ตัดสินว่าผิดและไม่มีการประท้วงก็จะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน เพราะฉะนั้นการที่นายนพดลอ้างว่า เขาทำเพื่อปกป้องเขตแดน จึงรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด
นายชวนนท์ย้ำว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลปัจจุบันที่จะดำเนินการแก้ไขในสิ่งที่นายนพดลได้ทำความผิดเอาไว้ด้วยการไปเซ็นรับรองให้กัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนมรดกโลกได้ แต่เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วก็เกิดความขัดแย้งตามมา ซึ่งถือว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของยูเนสโก้ นอกจากนี้ยังพบว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกครั้งนี้ ยูเนสโก้ได้ทำผิดเสียเอง เพราะตามขั้นตอนนั้น การยื่นขอจดทะเบียนมรดกโลกต้องแนบแผนที่บัฟเฟอร์โซนไปด้วย แต่การยื่นครั้งนี้ไม่มีแผนที่บัฟเฟอร์โซน เพราะยังอยู่ระหว่างการเจรจาของคณะกรรมการเขตแดน(JBC)ของทั้งสองประเทศอยู่ ดังนั้นจึงถือว่าการจดทะเบียนผิดขั้นตอน จึงมีเหตุผลที่ฝ่ายไทยต้องประท้วง อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ถือว่าเป็นความผิดของฝ่ายยูเนสโก้ ไม่เกี่ยวกับทางฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด
อนึ่ง ครม.ได้มีมติมอบหมายให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เดินทางไปยื่นประท้วงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารฯ ในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 33 ที่เมืองเซบิญา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 22-30 มิ.ย.นี้ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าสามารถทำความเข้าใจกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้ เพราะท่าทีของไทยไม่ได้มีอะไรที่ไปกระทบกระทั่งต่อฝ่ายกัมพูชา และปรารถนาจะเห็นความร่วมมือกันในด้านต่างๆ เดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่ ทั้งหมดที่ประท้วงก็เพื่อให้ทางคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโกทราบว่าสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือความสงบสุขและสันติในพื้นที่สำหรับประชาชนทั้งสองฝ่าย

รายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน “ณ ชเล”
June 20, 2009
ชื่อร้าน : ณ ชเล
ประเภทอาหาร : ก๋วยเตี๋ยว
เมนูจานเด่น : ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย, ข้าวไก่อบ, ข้าวหมูย่าง, ปากหม้อญวน, ปอเปี๊ยะทอด
บรรยากาศร้าน : ร่มรื่นชวนนั่งสบายๆ
ที่ตั้ง และการเดินทาง : ตั้งอยู่ที่ 82/1 หมู่ 10 ถ.สวนผัก แขวง/เขต ตลิ่งชัน กทม. การเดินทางถ้ามาจากสน.ตลิ่งชันให้วิ่งขึ้นสะพานที่วิ่งตรงมาถ.ราชพฤกษ์ วิ่งตรงมาเรื่อยๆ จากนั้นก็เลี้ยวเข้าถ.สวนผักทางซ้ายมือ จากปากทางวิ่งตรงเข้ามาประมาณ 200 ม. จะเห็นร้านณ ชเล อยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายให้เห็นชัดเจน
สถานที่จอดรถ : จอดรถได้ริมถนน
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน (หยุดวันพุธ) เวลา 09.30-17.30 น.
เบอร์โทรศัพท์ : 08-9108-2360

“ฮ่องกง ซัมเมอร์ สเปคทาคูลาร์” เซลล์กระหน่ำ 29 มิ.ย.- 31 ส.ค. 52
June 20, 2009
ฮ่องกงจัดเทศกาล “ฮ่องกง ซัมเมอร์ สเปคทาคูลาร์” (Hong Kong Summer Spectacular) ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. ถึง 31 ส.ค. 52 ภายใต้ธีม “Think Hip. Think Hong Kong” ซึ่งเหล่าบรรดาแบรนด์เนมทั้งของฮ่องกงเองและแบรนด์ดังระดับโลก จะนำเทรนด์ล่าสุดของสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า นาฬิกา น้ำหอม เครื่องสำอาง ที่พาเหรดกันมามอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% โดยนักท่องเที่ยวสามารถหยิบคู่มือ Hip Hot Guide ที่รวบรวมข้อมูลอัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นอินเทรนด์ทั่วฮ่องกงได้จากศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง
สำหรับเทศกาลเซลล์ทั้งเกาะในปีนี้อยู่ภายใต้ธีม Think Hip. Think Hong Kong โดยเหล่าบรรดาแบรนด์เนมทั้งของฮ่องกงเองและแบรนด์ดังระดับโลก จะนำเทรนด์ล่าสุดของสินค้านานาชนิดไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า นาฬิกา น้ำหอม เครื่องสำอาง ที่พาเหรดกันมามอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% เรียกว่าให้คุณดูดี ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ในราคาสบายกระเป๋า และอย่าลืมหยิบคู่มือ Hip Hot Guide ที่รวบรวมข้อมูลอัพเดทกิจกรรมและโปรโมชั่นอินเทรนด์ทั่วฮ่องกงได้จากศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวฮ่องกง
นอกจากนี้เพื่อทำให้การช้อปปิ้งของคุณสนุกยิ่งขึ้น การท่องเที่ยวฮ่องกงยังได้ร่วมมือกับบัตรเครดิตวีซ่าในการมอบกิจกรรมชิงโชค go Discover Hong Kong with Visa สำหรับลูกค้าที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวีซ่าทุก 300 เหรียญฮ่องกงขึ้นไปในช่วงเทศกาล ลุ้นรับของขวัญและเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านเหรียญฮ่องกง โดยมีรางวัลใหญ่คือ ชุดเดินทางหลุยส์ วิตตองสุดหรูครบเซ็ท ตั้งแต่กระเป๋าล้อลากไปจนถึงกระเป๋าใส่แลปทอป เพื่อให้ทุกการช้อปปิ้งมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น ในปีนี้นอกจากที่จะได้ช้อปปิ้ง กันอย่างจุใจแล้ว การท่องเที่ยวฮ่องกงยังได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษสำหรับนักชิมด้วยแคมเปญ ฮ่องกง ฟู้ด แอนด์ ไวน์ เยียร์ ครอบคลุมตลอดปี เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ฮ่องกงเป็นที่รู้จักในฐานะ เมืองหลวงแห่งอาหารของเอเชีย โดยเป็นแหล่งรวมอาหารรสเลิศอันหลากหลายจากนานาชาติที่ได้รับการคัดเลือกลงตีพิมพ์ในมิชลิน ไกด์ ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ในการเป็นเจ้าของไวน์ในราคาถูกอีกด้วย พิเศษสุด บรรดาร้านอาหารและภัตตาคารกว่า 1,000 แห่งจะพร้อมใจกันมอบข้อเสนอพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ส่วนลด 50% รวมถึงอาหารหรือเครื่องดื่มสมนาคุณ ให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติอาหารอันหลากหลายของฮ่องกงกันได้อย่างเต็มที่ หรือเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.discover hongkong.com/hkfoodandwineyear/eng/index.jsp
สำหรับนักช้อปและนักชิมมืออาชีพคงไม่มีอะไรสะดวกสบายไปกว่าการเดินทางไปยังแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งรวมอาหารรสเลิศด้วยระบบรถไฟใต้ดินหรือเอ็มทีอาร์ได้อย่าวรวดเร็ว ในปีนี้ เอ็มทีอาร์ได้เตรียมแพ็กเกจพิเศษไว้เพื่อให้ขาช้อปได้ช้อปปิ้งอย่างคุ้มค่าสุด ๆ โดยร่วมมือกับร้านค้าและร้านอาหารกว่า 20 แห่งมอบส่วนลดพิเศษในช่วงเทศกาลเซลล์นี้เท่านั้น นอกนี้ ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ฮ่องกงยังได้เตรียมจัดงานเทศกาลดนตรีฤดูร้อนสุดยิ่งใหญ่ ที่สุดยอดนักร้องชาวฮ่องกงและนานาชาติจะมาสร้างสีสันสุดมันส์ด้วยบทเพลงหลากหลายแนวให้คุณได้เต็มอิ่มตลอดทั้ง 2 วัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวฮ่องกง โทร. 02-233-4338-39 หรือเว็บไซต์http://www.discoverhongkong.com/hkss/

ททท. จับมือมาสเตอร์การ์ด เปิดตัวหนังสือ 72 Hours Amazing Thailand Hua Hin & Beyond
June 20, 2009
ททท. ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เปิดตัวหนังสือ 72 Hours Amazing Thailand Hua Hin & Beyond เป็นคู่มือแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร สถานบริการ และนำเสนอตัวอย่างรายการนำเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในเวลา 3 วัน 2 คืน (72 ชั่วโมง) เพื่อสามารถเป็นแนวทางในการวางแผนเดินทางท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่นิยมท่องเที่ยวด้วยตนเอง โดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อและนิยมบริโภคสินค้าระดับไฮเอนด์
จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่า โครงการ 72 Hours Amazing Thailand” ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพันธมิตรหลักของโครงการ คือ Master Card International Worldwide ที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วโลก และได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกผู้ถือบัตรซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายสำคัญของไทย โดยมาสเตอร์การ์ดได้ให้การสนับสนุนการทำตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งโครงการก่อนหน้านี้ คือ 72 Hours Amazing Thailand Bangkok Metropolis and Peripheries, 72 Hours Amazing Thailand Chiangmai, 72 Hours Amazing Thailand Pattaya และ 72 Hours Amazing Thailand Phuket ได้รับความสำเร็จจากการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ โดยมีวัตถุประสงค์บนพื้นฐานเดียวกันคือมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมค้นหาประสบการณ์แหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของเอเชีย ซึ่งประเทศไทยเป็นแห่งเดียวที่เป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีศิลปวัฒนธรรม อาหาร การบริการ ที่โดดเด่นสามารถตอบสนองความต้องการแก่นักท่องเที่ยวได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย นับได้ว่าเป็นเสน่ห์ของประเทศไทยที่นำมาซึ่งความสำเร็จของโครงการ ซึ่งจะช่วยขยายฐานตลาดระดับบน เพิ่มศักยภาพให้จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบ-คีรีขันธ์ โดยผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับเวิลด์คลาสของเอเชีย
ไอลีน วี รองประธานและผู้จัดการสาขาประเทศไทย มาสเตอร์การ์ด กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ 72 Hours Amazing Thailand Hua Hin & Beyond เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ ททท. และมาสเตอร์การ์ด มุ่งหวังจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวไปยังหัวหินและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่น่าประทับใจของเมืองชายทะเลตะวันตกของไทย และเพลิดเพลินไปกับความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ด้วยสิทธิพิเศษ และส่วนลด จากโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร สปา และร้านค้าต่างๆ กว่า 100 แห่ง ที่ร่วมรายการ ซึ่งมาสเตอร์การ์ดรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของโลก
สำหรับเนื้อหาในคู่มือท่องเที่ยว 72 Hours Amazing Thailand Hua Hin & Beyond เล่มนี้ จะนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวแบ่งเป็น 6 ประเภท ได้แก่ 1. Visiting Route 2. Activities (shopping, beauty & salon, spa, golf, cooking school, adventure & culture) 3. Dinning 4. Nightlife , Entertainment 5. Accommodation 6. Transportation และจัดพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือได้ที่ ร้านหนังสือชั้นนำในราคาเล่มละ 250 บาท

ครบเครื่อง เรื่องพล่ากับ”พล่าปลาสลิด”/กุ๊กเล็ก
June 20, 2009
โดย:กุ๊กเล็ก
พล่าปลาปลิด
ยุคนี้โรคภัยไข้เจ็บเยอะ เดี๋ยวก็ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เดี๋ยวก็โรคชิคุนกุนยา และอีกมากมายหลายโรคที่ทยอยเกิดขึ้น ดังนั้นวิธีหนึ่งที่ “กุ๊กเล็ก” เล็งเห็นว่าจะช่วยป้องกันโรคต่างๆได้คือ การมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง รู้จักดูแลตัวเอง ทั้งภายนอกและภายใน
อย่างเรื่องกินก็สำคัญควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นหลัก เพราะแบบนี้ “กุ๊กเล็ก” ถึงชอบทำกินข้าวมากกว่าซื้อกิน มื้อนี้ก็เช่นกัน เข้าครัวทำเมนู “พล่าปลาสลิด”เมนูที่เน้นเครื่องสมุนไพรแบบไทยๆ
ส่วนผสม
ปลาสลิดแดดเดียวไม่เค็มมาก (ไม่ควรแห้งมาก) 4-5 ตัว
พริกขี้หนูสวนซอย 10-15 เม็ด
หอมแดงซอย 3 หัว
ตะไคร้อ่อนซอยเป็นแว่น 2 ต้น
ใบมะกรูดอ่อนหั่นฝอย 4 ใบ
ผักชีฝรั่งหั่น 2 ต้น
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
ใบสาระแน่ 8 ใบ
ผักกาดหอม 7-8 ใบ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกเผา 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพอประมาณสำหรับทอดปลาสลิด
วิธีทำ
ตั้งกระทะในไฟปานกลางก่อนจะเทน้ำมันพร้อมทั้งน้ำส้มสายชูลงไปในกระทะ น้ำส้มสายชูจะช่วยให้ปลาสลิดไม่อมน้ำมัน เมื่อไฟแรงได้ที่แล้วจึงค่อยนำปลาสลิดมาทอดจนสุก พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ก่อนจะนำมาหั่นเป็นท่อนๆพอดีคำ
จากนั้นหันมาจัดการกับเครื่องปรุงอื่นต่อ นำ ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกขี้หนู ผักชีฝรั่ง กระเทียม คลุกเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำพริกเผา ผสมให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด แล้วโรยหน้าด้วยใบสาระแน่ ยกเสิร์ฟในจาน ตกแต่งด้วยผักกาดหอมหรือผักอื่นๆตามใจชอบก็เป็นอันเสร็จ ได้เมนูอร่อยๆมากินอีกหนึ่งมื้อ




