ผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านปธน.อิหร่านพักการชุมนุมหลังสุนทรพจน์ผู้นำสูงสุด
June 20, 2009
เมห์ดี คาร์รูบี อีกหนึ่งในผู้สมัครที่พ่ายแพ้ ออกมาร้องขอให้ยกเลิกผลเลือกตั้ง
เอเจนซี/เอเอฟพี - ผู้สมัครที่พ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน มีร์ ฮอสเซน มูซาวี ไม่มีแผนขอให้ผู้สนับสนุนออกมาชุมนุมรอบใหม่ในวันเสาร์(20) หลังจากผู้นำสูงสุดของเตหะราน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เรียกร้องขอให้ยุติการประท้วงโดยเร็ว
พันธมิตรผู้ใกล้ชิดของมูซาวี ออกมายืนยันเรื่องนี้หลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตือนบรรดาแกนนำของฝูงชนหลายแสนที่ออกมาประท้วงบนท้องถนนตามหลังผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ว่าพวกเขาต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุนองเลือดใดๆ
ณ บริเวนการชุมนุมในเมืองหลวงเมื่อวันพฤหัสบดี(18) กลุ่มผู้สนับสนุนมูซาวี บอกว่าพวกเขาจะชุมนุมกันอีกครั้งในย่านกลางกรุงเตหะรานในช่วงบ่ายวันเสาร์(20)
”มูซาวีไม่มีแผนจัดชุมนุมในวันพรุ่งนี้หรือวันมะรืน และหากว่าเขาตัดสินใจชุมนุมอีก ก็จะได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของเขาต่อไป” พันธมิตรรายดังกล่าวระบุ
ด้านเมห์ดี คาร์รูบี อีกหนึ่งในผู้สมัครที่พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ออกมาเรียกร้องผ่านทางเว็บไซต์ของพรรคในวันศุกร์(19) ขอให้ยกเลิกผลการเลือกตั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วละจัดให้มีการลงคะแนนใหม่
อดีตประธานรัฐสภาหัวปฏิรูป ได้แสดงข้อเรียกร้องของเขาในหนังสือเปิดผนึกที่ส่งไปยังสภาผู้พิทักษ์ซึ่งมีหน้าที่ตรวจตราการเลือกตั้ง
เขาโจมตีรัฐบาลว่าเป็นต้นตอเหตุความไม่สงบและกล่าวหารัฐบาลฆ่าประชาชนระหว่างการประท้วงต่อต้านผลการเลือกตั้งครั้งนี้
”ด้วยการตัดสินใจอย่างยุติธรรมสำหรับยกเลิกผลการเลือกตั้งและจัดการเลือกตั้งใหม่ นั่นคือคุณได้ยอมรับเจตจำนงค์ของประชาชนและให้คำมั่นต่อระบบอย่างถาวร” หนังสือเปิดผนึกของคาร์รูบีระบุ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอดีตประธานรัฐสภารายนี้นับเป็นปฏิกิริยาครั้งแรกหลังจาก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เรียกร้องให้ยุติการชุมนุม หรือไม่อย่างนั้นผู้ที่จัดการชุมนุมต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อความรุนแรง เหตุนองเลือดหรือความวุ่นวายใดๆ
แต่ทาง คาร์รูบี ได้กล่าวหารัฐบาลว่าเป็นผู้ก่อความรุนเรงเสียเองและทำผิดกฎหมายระหว่างเข้าควบคุมฝูงชน “พวกเขา(เจ้าหน้าที่รัฐบาล) ทำร้ายประชาชนด้วยไม้และมีดสั้นระหว่างการประท้วงสันติภาพของพวกเขา แถมยังเป็นผู้จุดเชื้อความไม่สงบแต่กลับมากล่าวโทษประชาชน”
สถานีวิทยุแห่งรัฐรายงานว่ามีประชาชน 7 รายในเหตุประท้วงต่อเนื่องหลายวัน ทว่าองค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10 คน
ก่อนหน้านี้ คาร์รูบี เคยออกมาปฏิเสธผลการเลือกตั้งและบอกว่าเขาไม่ยอมรับ มะห์มูด อะห์มาดิเนจัด ในฐานะประธานาธิบดีอิหร่าน ทั้งนี้ คาร์รูบี รวมไปถึง มูซาวีและโมห์เซน เรไซ ได้ยื่นคำร้องต่อสภาผู้พิทักษ์เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งที่ออกมา

เจ้าชายแฮร์รียังไม่ล้มฝัน หวังไปรบในอัฟกานิสถานอีกครั้ง
June 20, 2009
(ไฟล์ภาพ) เจ้าชายแฮร์รีเมื่อครั้งถูกส่งไปประจำการในอัฟกานิสถานปีที่แล้ว
เอเอฟพี - เจ้าชายแฮร์รี รัชทายาทอันดับ 3 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ตรัสว่าทรงหวังกลับสู่สมรภูมิรบในอัฟกานิสถานอีกครั้ง เมื่อพระองค์ทรงผ่านหลักสูตรเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพ
ร้อยโทแห่งกรมทหารม้ารักษาพระองค์ เจ้าชายแฮร์รีพระชนมายุ 24 พรรษา ได้ไปประจำการในฐานทัพทหารอังกฤษในอัฟกานิสถาน 10 สัปดาห์เมื่อปีที่แล้ว ก่อนเกิดข่าวรั่วจากสื่อมวลชน จนทางสำนักงานพระราชวังตัดสินใจถอนตัวเจ้าชายแฮร์รีกลับในเหตุผลด้านความปลอดภัย
ขณะที่พระเชษฐา เจ้าชายวิลเลียม ก็ทรงหวังไปประจำการในอัฟกานิสถานเช่นกัน แม้มีความกังวลด้านความปลอดภัยอย่างสูงล้อมรอบกองทหารรักษาพระองค์ ทั้งนี้ทั้งสองพระองค์กำลังฝึกหัดเป็นนักบินเฮลิคอปเคอร์ทหาร ณ ฐานทัพอากาศชอว์บิวรี ทางตะวันตกของอังกฤษ
”ข้าพเจ้าสนุกกับมันมาก และทุกคนรู้ดีกว่าข้าพเจ้าหวังกลับไปประจำการในแถวหน้าอีกครั้ง บางทีอาจปลอดภัยกว่าเดิม หรือบางทีอาจไม่” เจ้าชายแฮร์รีกล่าว โดยพระองค์เหลือระยะเวลาการฝึกอีก 6 เดือนก็จะผ่านหลักสูตรได้เป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์สมพระทัย
”การได้ออกไปอัฟกานิสถานอีกครั้งคงเป็นสิ่งมหัศจรรย์และเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของข้าพเจ้าที่จะทำหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์ ข้าพเจ้าชอบบินด้วยเฮลิคอปเตอร์และหวังว่าจะสามารถทำได้ดียิ่งขึ้น มันคือสิ่งที่ข้าพเจ้าพยายามมาเสมอ”
ด้านเจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษ รองจากพระบิดาเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ กำลังฝึกเป็นนักบินค้นหาและกู้ภัย หลังจากก่อนหน้านี้เสร็จสิ้นการฝึกบินกับกองทัพอากาศแล้ว
เมื่อถูกถามว่าพระองค์คิดถึงการได้ไปประจำการในแถวหน้าหรือไม่ เจ้าชายผู้จะมีพระชนมายุครบ 27 พรรษาในวันอาทิตย์นี้(21) ตรัสกลับว่า “ในความคิดของข้าพเจ้า แน่นอนคุณอาจคุยกับคนอื่นๆว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ข้าพเจ้ายังคงหวังว่าจะได้รับโอกาสนั้น”
”ข้าพเจ้าคิดว่าในฐานะผู้นำกองทัพในอนาคต มันสำคัญมากที่คุณจำเป็นต้องได้รับโอกาสสร้างความน่าเชื่อถือและทำหน้าที่ที่ข้าพเจ้าได้สมัครไว้ เท่าที่จะเป็นไปได้ข้าพเจ้าก็หวังได้ไปประจำการในแถวหน้าสักครั้ง”

สลายชุมนุมในแคชเมียร์บาดเจ็บนับสิบ ประท้วงคดีทหารข่มขืนหญิงมุสลิม
June 20, 2009
ชาวมุสลิมในแคชเมียร์ขว้างหินใส่ตำรวจระหว่างประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมในคดีเจ้าหน้าที่รัฐข่มขืนหญิงสาว
เอเอฟพี - มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 22 รายในแคว้นแคชเมียร์ของอินเดียเมื่อวันศุกร์(19) หลังตำรวจใช้ตะบองและแก๊สน้ำตาสลายการผู้ชุมนุมที่ออกมาประท้วงเกี่ยวกับคดีข่มขืนและฆาตกรรมหญิงชาวมุสลิมสองคน ตำรวจเผย
มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในเมืองศรีนาการ์ เมืองหลวงของแคว้นแคชเมียร์และเมืองบารามุลลา หลังตำรวจเข้าสลายผู้ชุมนุมที่ตอบโต้ด้วยการขว้างหินเข้าใส่
”เรามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 20 คน” เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหนึ่งกล่าว พร้อมระบุว่าช่างภาพสื่อมวลชน 3 รายก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
ขณะเดียวกันมีรายงานว่ามีการประท้วงอย่างสันติในหลายเมืองของแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งมีชาวมุสลิมเป็นชนกลุ่มใหญ่
เหตุเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 17 ปีและพี่สะใภ้วัย 22 ปี จุดชนวนการประท้วงต่อต้านอินเดียอย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่ของแคชเมียร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ในจำนวนนั้นรวมไปถึงเมืองศรีนาการ์ นับตั้งแต่ศพของพวกเธอถูกพบในลำธารเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม
เจ้าหน้าที่อินเดียบอกว่าการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่าพวกเธอจมน้ำตาย แต่ครอบครัวของเหยื่อกล่าวว่าทหารลักพาตัว ข่มขืนและฆ่าผู้หญิงทั้งสองคน
ตำรวจบันทึกว่าคดีนี้เป็นคดีข่มขืนและฆาตกรรมหลังผลตรวจทางนิติเวชศาสตร์พบว่าพวกเธอถูกข่มขืนจริง
อย่างไรก็ตามทางการยังคงสั่งห้ามชุมนุมในความพยายามจำกัดการประท้วงรายวัน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บเกือบ 400 คนแล้ว
ความเคลื่อนไหวของ โอมาร์ อับดุลเลาะห์ หัวหน้าคณะรัฐมนตรีที่มีคำสั่งให้กระบวนการยุติธรรมเข้าสืบสวนเหตุเสียชีวิตของผู้หญิงทั้ง 2 คน ก็ไม่สามารถดับความโกรธเกรี้ยวของชาวมุสลิมได้

สรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ 13-19 มิ.ย.2552
June 20, 2009
พบกับสรุปข่าวต่างประเทศประจำสัปดาห์ ระหว่างวันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน ถึง 19 มิถุนายน 2552
รอบ 7 วันที่ผ่านมากระแสโลกต่างจับจ้องไปที่เหตุความวุ่นวายตามหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน ที่แม้มะห์มูด อะหฺมาดิเนจัด จะชนะอย่างถล่มทลาย แต่นั่นก็กลายเป็นชนวนลุกฮือประท้วงของกลุ่มผู้สนับสนุนนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี หลายแสนคนที่ออกมาชุมนุมตามท้องถนนต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ นำประเทศสู่ความวุ่นวายจนเกิดจลาจลและทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 รายในเหตุปะทะกันของสองฝ่าย
การชุมนุมมีขึ้นแม้มีคำสั่งห้ามจากกระทรวงมหาดไทย นอกจากนี้ทางการยังห้ามนักข่าวต่างชาติรายงานข่าวหรือทำกิจกรรมใดๆภายนอกสถานีของตนทั้งสิ้นหากไม่ได้รับอนุญาต โดยขอให้คอยติดตามการรายงานสถานการณ์การประท้วงจากสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่าน เพียงแห่งเดียวเท่านั้น
คำสั่งห้ามดังกล่าวมีขึ้นตามหลังรัฐบาลอิหร่านกล่าวหาสื่อมวลชนต่างชาติกำลังกลายเป็นกระบอกเสียงของผู้ก่อจลาจลที่สร้างความเศร้าหมองแก่ภาพลักษณ์ของประเทศ ขณะเดียวกันทางการลงมือปราบปรามฝ่ายหัวปฏิรูปและผู้สนับสนุนนายมูซาวี จนมีผู้ถูกจับกุมแล้วนับร้อยคน อย่างไรก็ตามมาตรการกวดขันดังกล่าว ก็ไม่ได้กัดเซาะความมุ่งมั่นของกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกหลังออกมายืนยันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของเขาจะวางตนเป็นกลาง โดยจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุชุมนุมประท้วงค้านผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านครั้งล่าสุด ที่มีผู้เข้าร่วมหลายแสนคนอย่างแน่นอน
สุดท้ายแล้วอิหร่านต้องหันไปพึ่งผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่ได้กล่าววสุนทรพจน์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุประท้วง โดยเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบและขอให้การประท้วงต้องสิ้นสุดโดยเร็ว ทว่าความพยายามดังกล่าวส่อแววไร้ผลเมื่อกลุ่มผู้สนับสนุน มูซาวี ระบุว่า สุนทรพจน์ของคาเมเนอีเป็นเพียงความพยายามในการสร้างความชอบธรรมให้กับประธานาธิบดีอะห์มาดิเนจัดเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าจะรวมตัวชุมนุมประท้วงตามท้องถนนต่อไป
ส่วนความคืบหน้ากรณีเครื่องบินแอร์ฟรานซ์ดิ่งลงแอตแลนติก ล่าสุดพบศพผู้โดยสารและลูกเรือแล้วกว่า 50 ศพ ขณะเดียวกันทางแอร์ฟรานซ์ระบุว่าเตรียมจะจ่ายค่าเสียหายให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต 228 คนจากเหตุเครื่องบินตกคนละ17,500 ยูโร หรือราว 840,000 บาท ทว่าสาเหตุของอุบัติเหตุยังคงเป็นปริศนา
มีสมมุติฐานใหม่เกิดขึ้นจากหนังสือพิมพ์เม็กซิโกว่าเครื่องบินลำนี้จะเกิดระเบิดก่อนตกลงสู่ทะเล อย่างไรก็ตามต่อมาทางผู้เชี่ยวชาญของบราซิลแย้งว่าจากซากชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องบินแอร์ฟรานซ์ เท่าที่พบและเก็บกู้ขึ้นมาได้จนถึงตอนนี้ น่าจะบ่งบอกว่า เที่ยวบินมรณะดังกล่าวดิ่งลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกในทันที และไม่ได้ระเบิดกลางอากาศ
หลังจากหลุดหายไปจากกระแสความสนใจไปรยะหนึ่ง ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่2009 กลับมาอยู่ในความเฝ้าระวังของนานาประเทศอีกครั้ง เมื่อบราซิลพบเชื้อไวรัสเอช1 เอ็น 1 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าหวัดกลายพันธุ์ชนิดนี้จะรุนแรงมากกว่าเชื้อไวรัสชนิดเอ เอช1เอ็น1 ซึ่งกำลังระบาดในปัจจุบันหรือไม่
สำหรับตัวเลขล่าสุดขององค์การอนามัยโลกนั้น ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสเอเอช 1 เอ็น 1 เฉียด 40,000 คนแล้วใน 89 ประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่ระบาดครั้งแรกในเม็กซิโกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 167 คน
แม้ถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติคว่ำบาตรเพิ่มเติม ทว่าดูเหมือนเกาหลีเหนือจะไม่ยี่หระประกาศจะผลิตอาวุธจากพลูโตเนียมทั้งหมดที่มี และเริ่มการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียม เป็นการตอบโต้ ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมคงแทบจะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ และอาจกระตุ้นให้เกาหลีเหนือเพิ่มความตึงเครียดด้วยการเคลื่อนกำลังทหารด้วยซ้ำ
ยังคงอื้อฉาวไม่เลิกสำหรับ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีมหาเศรษฐีของแดนมะกะโรนี หลังมีปัญหากับเรื่องชีวิตส่วนตัวอีกครั้ง เมื่อสื่อรายงานว่านายกรัฐมนตรีรายนี้มีส่วนพัวพันกรณีคนสนิทได้เสนอจ่ายเงินให้โสเภณีหลายคนมาอยู่กับเขาในบ้านในกรุงโรม ทำให้อดีตเจ้าพ่อโทรคมนาคมอาจถูกตั้งข้อหาผลักดันให้เกิดการค้าประเวณี
ปิดท้ายด้วยเหตุการณ์หวาดเสียวทางภาคอากาศ เมื่อกัปตันของเครื่องบินโดยสารของสายการบินคอนติเนนตัล ที่มุ่งหน้าจากกรุงบรัสเซลส์สู่นครนิวยอร์กเกิดเสียชีวิตกลางอากาศ อันเป็นกรณีที่ไม่ค่อยได้พบเห็นกัน แต่ผู้ช่วยนักบิน 2 คนสามารถควบคุมเครื่องลงจอดที่สนามบินนวร์กในมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของเที่ยวบินได้อย่างปลอดภัย
พบกันอีกครั้งสัปดาห์หน้า…
การประท้วงคัดค้านผลการเลือกตั้งในอิหร่านกลายเป็นความรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน
กลุ่มผู้สนับสนุนอะห์มาดิเนจัด ออกมาหนุนหลังประนาธิบดีรายนี้ขณะที่เขาถูกต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามอย่างหนัก
ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์อิหร่าน ที่แสดงถึงบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มผู้สนับสนุนนายมีร์ ฮุสเซน มูซาวี
อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาสนับสนุนชัยชนะของอะห์มาดิเนจัด
เจ้าหน้าที่กองทัพเรือยังคงค้นหาหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่เครื่องบินแอร์บัสเอ330 ตกในมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้มีผู้เสียชีวิตยกลำ 228 คน
นักวิทยาศาสตร์ของบริษัทซีเอสแอล กำลังทดลองผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัด 2009 ในห้องทดลองที่เมืองเมลเบิร์น
คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นหารือกันอย่างเคร่ดเครียด ก่อนมีมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรีแบร์ลุสโคนี กำลังถูกฟ้องหย่าจากภรรยา และระบุรายงานข่าวเรื่องส่วนตัวของเขาว่าเป็นเศษขยะหลังถูกโจมตีอย่างหนัก
เครื่องบินลำที่นักบินเสียชีวิต ลงจอด ณ สนามบินเนวาร์กอย่างปลอดภัย

นักบิน-ผู้บริหารสิงคโปร์แอร์ไลน์ยอมลดค่าจ้างตัวเอง
June 20, 2009
เครื่องบินแอร์บัสเอ380ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ทั้งนี้ แอร์บัสเอ380 เป็นเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เอเจนซี - สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์บรรลุข้อตกลงกับสหภาพนักบินในเรื่องการลดค่าจ้างและบังคับให้นักบินลาหยุดงานเพิ่มอีกเดือนละ 1 วันโดยไม่ได้ค่าแรง เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของสายการบินในช่วงที่เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ
แถลงการณ์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ระบุว่า สหภาพนักบินยอมให้ลดค่าบินลงถึง 65 เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ซึ่งเป็นค่าจ้างที่นักบินจะได้ทุกครั้งเวลาขึ้นบินนอกเหนือจากเงินเดือนปกติ โดยมาตรการลดค่าจ้างและบังคับให้ลาหยุดโดยไม่ได้ค่าแรงนั้น จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนหน้า ซึ่งเป็นมาตรการที่จำเป็นต้องทำ เพราะปัจจุบันสิงคโปร์แอร์ไลน์มีจำนวนนักบินมากเกินไป ไม่สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่ถูกตัดทอนให้น้อยลงในช่วงเศรษฐกิจซบเซา
นอกจากสหภาพนักบินแล้ว ก่อนหน้านี้สิงคโปร์แอร์ไลน์ยังบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานอื่นเรื่องมาตรการลดค่าจ้าง ซึ่งก็รวมถึงการร่นเวลาการทำงานในแต่ละเดือนให้สั้นลง และลดจำนวนเครื่องบินที่ขึ้นบิน โดยสิงคโปร์แอร์ไลน์ระบุว่า มีคนงานเกือบ 2,000 คนที่อาสาเข้าร่วมโครงการลาหยุดงานโดยไม่ได้ค่าจ้าง ซึ่งสามารถลาหยุดงานได้นานถึง 2 ปีด้วย
ด้านฝ่ายบริหารสิงคโปร์แอร์ไลนส์ยังยอมถูกลดเงินเดือนระหว่าง 10-20 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป ส่วนกรรมการบริหารก็ยอมให้ลดค่าตอบแทนพิเศษลง 20 เปอร์เซ็นต์ด้วย ทั้งนี้ สิงคโปร์แอร์ไลนส์รายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ผลกำไรสุทธิในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ดิ่งลงถึง 92เปอร์เซ็นต์ หรือ 41,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว สมาคมการขนส่งทางอากาศนานาชาติ(IATA)คาดว่า ธุรกิจการบินโลกจะขาดทุน 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปีนี้ มากกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อ 3 เดือนก่อนเกือบ 2 เท่า หลังจากที่ปี 2008 สายการบินทั่วโลกขาดทุนมูลค่า 10,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ออสเตรเลียอนอย่าแตกตื่นหลังมีผู้เสียชีวิตหวัด09รายแรก
June 20, 2009
นิโคลา โรซอน รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลียวอนประชาชนอย่าแตกตื่น
เอเอฟพี - รัฐบาลออสเตรเลียเรียกร้องให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกต่อการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หลังจากเมื่อวานนี้พบผู้เสียชีวิตรายแรกที่เกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1
นิโคลา โรซอน รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย กล่าวว่า แม้ชายพื้นเมืองชาวอะบอริจินวัย 26 ปี จากชุมชนห่างไกล ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่และเสียชีวิตลงเมื่อวานนี้(19) แต่ก็ยังไม่ทราบชัดเจนว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เป็นเป็นสาเหตุโดยตรง หรือเป็นเพียงปัจจัยเสริมที่ทำให้ผู้ป่วยรายนี้เสียชีวิต
นอกจากนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขออสเตรเลีย เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องย้ำให้ประชาชนทราบว่า คนส่วนใหญ่ที่จะได้รับเชื้อในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีอาการป่วยไม่รุนแรงนัก
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้ซึ่งมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้วเสียชีวิตลงในเมืองแอดิเลด ทางภาคใต้ของประเทศ หลังถูกนำตัวไปรักษาจากชุมชนเกอร์ริกูร์รา ซึ่งเป็นชุมชนชาวพื้นเมืองที่ห่างไกลในทะเลทรายเวิสเทิร์นของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย คาดว่า ผลชันสูตรศพจะออกมาในสัปดาห์หน้า
ด้านเจ้าหน้าที่ได้สั่งปิดชุมชนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเชื้อแพร่ระบาด และกำลังเร่งตรวจสอบว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เข้าไปในชุนชนดังกล่าวได้อย่างไร นอกจากนี้ ทางการยังส่งพยาบาล 2 คนเข้าไปในชุมชนช่วงต้นสัปดาห์หน้าเพื่อแจกจ่ายยาต้านไวรัส และประเมินสถานการณ์การระบาดของโรค
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกเผยว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสเอเอช1เอ็น1แล้วมากกว่า 44,000 คนในทั่วโลก และมีผู้เสียชีวิต 180 นับตั้งแต่พบการแพร่ระบาดในเม็กซิโก เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แพทย์ออสซี่เจ๋ง “ฉีดโบท็อกซ์” ช่วยคนไข้กลับมาเดินได้อีกครั้ง หลังอัมพาตมากว่า 20 ปี
June 20, 2009
โบท็อกซ์ช่วยให้กล้ามเนื้อที่ที่ไม่ได้ใช้การมานานของคนไข้รายนี้คลายลงและช่วยให้เขาเดินได้อีกครั้ง
เอเอฟพี - คณะแพทย์ออสเตรเลียประสบความสำเร็จเกินคาด เมื่อช่วยให้ชายคนหนึ่งที่มีปัญหากับเลือดในสมองกลับมาเดินได้อีกครั้ง ด้วยการฉีดสารชีวภาพ”โบท็อกซ์” ที่ใช้ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบนหน้าให้แก่คนไข้ หลังเป็นอัมพาตต้องนั่งในล้อเข็นมากว่า 20 ปี
รัสเซลล์ แม็คฟี วัย 49 ปีนั่งรถเข็นมานาน หลังจากเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อ 23 ปีก่อน จนทำให้เขาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ถึงขนาดที่แพทย์บอกเขาในช่วงต้นว่าเขาอาจจะไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล แต่หลังจากฉีดโบท็อกซ์ อันเป็นวิธีการต่อต้านร่องรอยความแก่ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนดังของฮอลลีวูด แม็คฟีก็สามารถเดินรอบๆ บ้านของเขาได้โดยที่ไม่ต้องให้ใครช่วย และสามารถเดินได้ไกลถึง 100 เมตรโดยการใช้ไม้เท้า
”ผมคิดว่าจะต้องตายบนรถเข็นเสียแล้ว”แม็คฟีบอกกับเอเอฟพีด้วยความดีใจ
อดีตคนงานขายเนื้อยอมรับว่า ทีแรกเขาและแฟนสาว แคร์รี ครอสลีย์ ก็เคลือบแคลงเมื่อแพทย์บอกว่าจะใช้วิธีการรักษาแบบนี้
โบท็อกซ์ ตือชื่อการค้าของสารชีวภาพ”โบทูลินัม ท็อกซิน” ที่ช่วยขวางสัญญาณประสาทที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว ช่วยให้รอยเหี่ยวเรียบลงได้เมื่อฉีดบนใบหน้า และก็ยังสามารถช่วยคนไข้ที่เดินไม่ได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบทางสมอง ความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ไขสันหลังและจากปัญหาเส้นเลือดในสมองได้อีกด้วย
วาเลนตินา เมริค นักกายภาพบำบัดของโรงพยาบาลเซนต์จอห์นออฟก๊อดในรัฐวิคตอเรียของออสเตรเลีย อธิบายว่า แม็คฟีไม่สามารถเดินได้เพราะอาการจากเส้นเลือดในสมองทำให้กล้ามเนื้อของเขาหดเกร็งอย่างถาวร แต่โบท็อกซ์ช่วยหยุดการหดเกร็งทำให้กล้ามเนื้อขาของเขาขยายออกไปได้เป็นครั้งแรก และยังช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนอื่นๆ แข็งแรงขึ้นด้วย
เธอกล่าวว่า กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้การมานานอาจจะอ่อนเปลี้ยไปเป็นธรรมดา แต่กรณีของแม็คฟีนั้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทำให้ฟื้นตัวได้เร็ว หลังจากเขาเริ่มการรักษาเมื่อ 18 เดือนก่อน ซึ่งโบท็อกซ์ช่วยอย่างมาก
ด้านดร.นาธาน จอห์น กลับชื่นชมความมุ่งมันของคนไข้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เขามีพัฒนาการดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะไม่ใช่ทุกรายที่จะประสบความสำเร็จ และกล้ามเนื้อของแม็คฟีมีกำลังอดีอย่างผิดธรรมดาและเขาก็มีแรงใจสูงมาก แม้ว่าต้องติดอยู่กับรถเข็นมานานมากแล้ว
ด้านแม็คฟีกล่าวว่า เขาเอาชนะความเจ็บปวดและต้องทำอะไรมามาก ไม่ใช่แค่เพียงแต่ฉีดโบท็อกซ์และก็กลับมาเดินได้ในชั่วข้ามคืน เขาเผยว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากแฟนสาว ซึ่งเป็นหวานใจมาตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งช่วยให้กำลังใจเขาให้ผ่านพ้นจากความซึมเศร้าและบอกให้เขาเข้ามารับการรักษาฟื้นฟู เมื่อทั้งคู่ได้กลับมาคบกันอีกครั้ง เมื่อ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา
ด้วยความช่วยเหลือจากแคร์รี และคณะแพทย์ของโรงพยาบาลเซนต์จอห์นออฟก๊อด แม็คฟีหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะไม่จำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ์ที่ขาและแขนทุก 3 เดือนอีกต่อไป แม็คฟีบอกความมุ่งมันว่า เขาจะทำกายภาพบำบัดจนทำให้กล้ามเนื้อที่เสียไปแข็งแรงมากขึ้น และวางแผนว่าจะแต่งงานในอนาคตด้วย

รักล้นใจ! คู่รักมะกันแต่งงานทั้งที่ติดเชื้อหวัด 2009
June 20, 2009
ไอเลนา แจ็คสัน และเจเรมี เฟียร์สไตน์ เดินหน้าจัดพิธีแต่งงานกัน หลังจากแพทย์รับประกันว่า ว่าทั้งคู่และแขกจะไม่เสี่ยงอะไรมาก
เอเจนซี - คู่รักในเมืองชิคาโก สวมหน้ากากอนามัยเข้าพิธิแต่งงาน เมื่อวันอาทิตย์(14) ที่ผ่านมา หลังจากเพิ่งทราบก่อนการวิวาห์ไม่ถึง 48 ชั่วโมงว่า ทั้งคู่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009
ไอเลนา แจ็คสัน และเจเรมี เฟียร์สไตน์ เดินหน้าจัดพิธีแต่งงานกัน หลังจากแพทย์รับประกันว่า ว่าทั้งคู่และแขกจะไม่เสี่ยงอะไรมาก
แต่เพื่อความมั่นใจ คู่บ่าวสาววัย 26 ปีจะรักษาระยะห่างจากครบครัวอย่างน้อย 10 ฟุตตลอดเวลางานในโบสถ์ของชาวยิวไฮแลนด์ปาร์ก รวมทั้งสวหน้ากากป้องกันการกระจายเชื้อโรคให้แก่คนอื่นด้วย
แจ็คสันบอกว่า ก่อถึงวันแต่งพวกเขาพูดตลกว่าอาจจะติดไข้หวัดเม็กซิโก หลังจากมีอาการอาเจียน ปวดมึนตามแขนและขาและมีไข้ แต่พวกเขาไม่คิดว่าจะติดโรคจริงๆ เหตุการณ์นี้ถือว่าเป็นโชคร้าย แต่พวกเขาก็จะเดินหน้าแต่งงานเพราะเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว

ไฮนซ์จับมือนักออกแบบไฮเทค พัฒนาไมโครเวฟเล็กสุดในโลก
June 20, 2009
เดลิเมล์ นอกจากจะมีขนาดเล็กที่สุดในโลกแล้ว ไมโครเวฟพกพารุ่นนี้ยังสามารถเสียบปลั๊กกับพอร์ตยูเอสบีของแลปท็อปเพื่อขอแชร์ไฟมาใช้
บีนซาเวฟ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของไฮนส์กับพันธมิตร เพื่อให้พนักงานออฟฟิศที่งานรัดตัวจนไม่สามารถลุกจากโต๊ะ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องถ่างตาท่องตำราจนดึก ได้มีของขบเคี้ยวอุ่นๆ หรือเครื่องดื่มร้อนๆ รองท้อง
ความสะดวกในการเสียบปลั๊กกับแลปท็อปหมายความว่า คุณสามารถมีของกินเล่นร้อนๆ ระหว่างขึ้นเครื่องบินหรืออยู่บนรถไฟ
ขณะนี้ บีนซาเวฟที่มีความสูงเพียง 7.4 นิ้ว กว้าง 6.2 นิ้ว และลึก 5.9 นิ้ว ยังเป็นเพียงนวัตกรรมต้นแบบเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญจากไมโครเวฟ แอสโซซิเอชัน ยืนยันว่าเทคโนโลยีย่อส่วนอันซับซ้อนมีอยู่จริงและพร้อมที่จะนำไปผลิตเป็นอุปกรณ์ที่นำออกสู่ชีวิตจริงได้
ไมโครเวฟจิ๋วรุ่นนี้ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านไมโครเวฟ กอร์ดอน แอนดริวส์ และสตีเฟน เฟรเซอร์ กรรมการผู้จัดการเฟรเซอร์ ดีไซเนอร์ส
นอกจากขนาดแล้ว คุณสมบัติที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการคือการใช้การรวมความถี่ของวิทยุและโทรศัพท์มือถือเพื่อทำให้เกิดความร้อนในการปรุงหรืออุ่นอาหารภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที
แอนดริวส์ กรรมการผู้จัดการเกมา ไมโครเวฟ เทคโนโลยี บอกว่าเป็นไปได้ที่จะปรับความถี่วิทยุเพื่อให้เกิดผลดีที่สุดด้วยอุปกรณ์เล็กขนาดนี้
ไมโครเวฟเครื่องนี้สามารถอุ่นพาย เบอร์เกอร์ กาแฟ ภายในเวลาอันรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกด้านพลังงาน เช่น ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมอิออน ซึ่งจะทำให้บีนซาเวฟกลายเป็นอุปกรณ์พกพาอย่างสมบูรณ์ เป็นประโยชน์สำหรับชาวประมง ผู้ออกแคมป์ หรือนักกีฬา
แอนดริวส์เสริมว่า เขาพัฒนาบีนซาเวฟหลังจากได้รับการทาบทามจากไฮนซ์ ที่ต้องการไมโครเวฟพกพาที่ใช้กับขนมขบเคี้ยว สแนป พ็อตส์ ของบริษัทได้
แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ ราคาชิ้นส่วนในปัจจุบันที่อาจทำให้ไมโครเวฟมีราคาสูงถึง 100 ปอนด์
กระนั้น ขณะที่โทรศัพท์มือถือมีราคาถูกลงเรื่อยๆ ต้นทุนการผลิตบีนซาเวฟอาจลดลงถึงจุดที่สามารถทำกำไรได้หากผลิตออกมาครั้งละมากๆ
แอนดริวส์สำทับว่า ผลิตภัณฑ์นี้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยของไมโครเวฟที่ใช้อยู่ทั่วไปทั้งหมด ซึ่งรวมถึงฉนวนป้องกัน และกลไกประตูที่จะตัดไฟทันทีที่เปิดประตูไมโครเวฟ
ด้านไฮนซ์อ้างว่ามีตลาดพร้อมรองรับบีนซาเวฟแล้ว โดยจากการวิจัยพบว่า 69% ของพนักงานออฟฟิศพบว่าตัวเองยุ่งมากจนไม่มีเวลาออกไปกินข้าวกลางวันได้ทุกวัน
ไฮนซ์ปิดท้ายว่า การตัดสินใจว่าจะสนับสนุนการผลิตบีนซาเวฟหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาตอบกลับจากสาธารณะที่มีต่อผลิตภัณฑ์นี้

น้ำมันดิ่งลงต่ำกว่า$70อีกครั้ง-หุ้นสหรัฐฯปิดลบจากแรงเทขาย
June 20, 2009
ตลาดน้ำมันนิวยอร์กมีแรงเทขายทำให้ดิ่งลงมาต่ำกว่า70ดอลลาร์
เอเอฟพี - ราคาน้ำมันร่วงลงต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้งในวันศุกร์(19) จากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ขณะที่วอลล์สตรีทปิดในแดนลบเล็กน้อยตามตลาดพลังงาน
ช่วงต้นของการซื้อขายของวันศุกร์(19) ราคาน้ำมันขยับขึ้นไปพอสมควร หลังได้แรงหนุนจากเหตุความไม่สงบในอิหร่าน ชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโอเปกและกรณีกลุ่มนักรบยังคงปฏิบัติการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในไนจีเรีย
อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายราคาได้ทรุดลงมาตามแรงเทขายของนักลงทุน โดย น้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 1.82 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังขยับขึ้นไปถึงเหนือ 72 ดอลลาร์ ขณะที่เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.87 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากปัจจัยข้างต้น บรรดาเทรดเดอร์ยังระบุว่าราคาน้ำมันถูกกดดันอีกทางหนึ่งจากวันสิ้นอายุสัญญาซื้อขายงวดส่งมอบเดือนกรกฎาคมของน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูด ที่จะหมดลงในวันจันทร์(22) ทำให้นักลงทุนตัดสินใจเทขายกำไร
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์(19) ปิดผสมผสาน เหตุตลาดจับตาอย่างระมัดระวังหลังมีขยับขึ้นต่อเนื่องเกือบทั้งสัปดาห์จากข้อมูลทางเศรษฐกิจอันสดใส
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 15.87 จุด (0.19 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,539.73 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 19.75 จุด (1.09 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,827.47 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 2.86 จุด (0.31 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 921.23 จุด
แม้ไม่มีรายงานผลประกอบการของบริษัทสำคัญๆหรือข้อมูลทางเศรษฐกิจต่างๆในวันศุกร์(19) แต่นักลงทุนเข้าสู่ตลาดด้วยแรงสนับสนุนของข้อมูลเมื่อวันพฤหัสบดี(18) ที่บ่งชี้ว่าความเศร้าโศกทางภาคแรงงานกำลังคลี่คลายและมีสัญญาณว่าภาคการผลิตกำลังฟื้นตัว
ทว่ามุมมองในทิศทางที่ดีของนักลงทุนมอดลง เนื่องจากพวกเขาต้องระมัดระวังการลงทุนในช่วงก่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ประกอบกับราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆต่างปรับลดลง




