ปตท. จับตาสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอีก 12 วัน ก่อนปรับราคา
June 20, 2009
ผู้บริหาร ปตท.เผย ขอรอดูสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอีก 1-2 วัน ก่อนพิจารณาปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ขณะที่ค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยรวมขณะนี้ ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.10-1.20 บาทต่อลิตร ผู้ค้าไม่ได้กำรมากนัก
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบันมีปัจจัยหลักมาจากการเก็งกำไร โดยคาดว่าระดับราคาน้ำมันเฉลี่ยในปีนี้จะไม่เกินระดับ 70-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันในประเทศต่างๆ ไม่ได้ปรับตัวลดลง ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันของโลกยังเท่าเดิม
ขณะที่ปีหน้า คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยจะใกล้เคียงกับปีนี้ แต่การที่ราคาน้ำมันดิบขึ้นมาแตะที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นมาแตะที่ระดับ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไม่ได้ทำให้ผู้ค้าน้ำมันมีกำไรมากนัก โดยค่าการตลาดน้ำมันเฉลี่ยรวมขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.10-1.20 บาทต่อลิตร ปตท.จึงขอติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอีก 1- 2 วันก่อน เพื่อพิจารณาว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศหรือไม่

ทีวิซสยายปีกเข้าเซเว่นฯเปิดศึกสื่ออินสโตร์แอลซีดี
June 20, 2009
ทีวิซ เปิดเกมรุกสื่ออินสโตร์ ประเดิม เซ็นสัญญา เซเว่นอีเลฟเว่น ติดตั้งจอแอลซีดีทีวี 32 นิ้ว เฟสแรก 200 สาขา ด้วยงบ 20 ล้านบาท
ดร.พงค์ศานติ์ อภิรติเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวิซ ออดิซิ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯดังกล่าวตั้งขึ้นมาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เป็นการลงทุนโดยฝ่ายไทยถือหุ้น 80% กับบริษัท ออดิซิ จำกัด จากประเทศอิสราเอล เพื่อทำธุรกิจสื่ออินสโตร์มีเดีย ที่ผ่านมาทดลองทำไปบ้างแล้วเช่น ในร้านดีลเลอร์ของยามาฮ่า ร้านไปรษณีย์ และที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นสาขาลิโด้ที่เป็นอาคาร 3ชั้น
ล่าสุดได้เซ็นสัญญาเป็นทางการกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในการทำสื่ออินสโตร์ระยะเวลา 5 ปี จำนวนเฟสแรก 200 สาขา ในการติดตั้งจอแอลซีดีทีวีขนาด 32 นิ้ว ติดตั้งบริเวณที่ขายน้ำ ป็นหลัก ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด คาดว่าจะติดตั้งครบ 200 แห่งในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนจะขยายต่อหรือไม่กับเครือข่ายเซ.เว่นฯเป็นเรื่องของอนาคตและการสรุปผลของเฟสแรกนี้ก่อนด้วย โดยครั้งนี้ลงทุน 20 กว่าล้านบาท ยังไม่รวมค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายอีก
ทั้งนี้คอนเท้นต์ที่ออกอากาศจะเป็นโฆษณาทั้งหมด มีทั้งที่ลูกค้าผลิตมาและจ้างให้บริษัทผลิตให้ มีแต่รายการโฆษณา และจะมีข่าวจาก อสมท เป็นตัววิ่งอยู่ข้างล่างจอ ซึ่งลูกค้าจะมีทั้ง 2 วิธี คือ จากเอเจนซี่และการขายตรงเอง แบ่งเป็น 2 แพกเกจ คือ จำนวน 30 วินาทีและ 60 วินาที โดยใน 1 วันบริษัทฯ เผยแพร่ได้ 96 สปอต ตลอด 24 ชั่วโมง
เซเว่นเป็นช่องทางที่น่าสนใจ เพราะจากการประเมินคร่าวๆแล้วพบว่า ในแต่ละวันจะมีฐานลูกค้าเข้าร้านประมาณ 2,000 คนต่อสาขาต่อวัน หรือประมาณ 12 ล้านคนต่อเดือนต่อ 200 สาขา ทำให้เป็นกลุ่มลูกค้าตรงของสินค้าที่จะลงโฆษณา และมีต้นทุนที่ต่ำ ดร.พงค์ศานติ์กล่าว
ใน 2 เดือนท้ายปีนี้คาดว่าจะมีรายรับกว่า 10 ล้านบาท ส่วนปีหน้าทั้งปีคาดรายได้ 30 กว่าล้านบาท ทั้งนี้บริษัทฯมั่นใจว่า สื่อใหม่ที่เปิดตัวนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากเจ้าของสินค้าและบริการและจากเอเยนซี่ที่จะแพลนโฆษณาให้ เพราะมีราคาถูก อีกทั้งเข้าตรงถึงกลุ่มเป้าหมายจริง ขณะนี้บริษัทฯก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของพื้นที่หลายแห่งเพื่อจะเข้าไปบริการสื่อนี้ด้วย

โรสฯผนึกเอทีเอ็มลุยจานซีแบนด์ เพิ่มฐานการ์ตูนพร้อมรับตลาดโต
June 20, 2009
ตลาดจานดาวเทียมระบบซีแบนด์มาแรง คาดสิ้นปีนี้ทะลุ 3 ล้านจาน เอทีเอ็ม ลั่นทำแค่ 2 ปีขึ้นอันดับที่สอง ล่าสุด ผนึกกำลังโรสมีเดียผุดเครื่องรับสัญญาณรุ่นแก๊งการ์ตูน หวังขยายฐานกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น จับกลุ่มพรีเมียมแมส
นายสมพร แสงโยธิน ประธานกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ เทคโนโลยี แมทชิ่ง จำกัด หรือเอทีเอ็ม ผู้ผลิตจานดาวเทียม ยี่ห้อ ATM เปิดเผยว่า ตลาดจานดาวเทียมซีแบนด์ เติบโตรวดเร็วมาก คาดว่า จะเพิ่มขึ้นปีละ 1 ล้านจาน ปัจจุบันมีประมาณ 2.5 ล้านจาน ปีนี้คาดว่า จะมี 3 ล้านจาน โดยตลาดรวมซีแบนด์มีค่ายพีเอสไอเป็นเจ้าตลาดมีแชร์ 50% รองลงมาคือ ไดนาแซท 10% และมีค่ายอินโฟแซท และรายเล็กๆ อีกเกือบ 10 ราย
ส่วนบริษัทเพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์เอทีเอ็มทำตลาดมา 2 ปีก่อนหน้านี้ เป็นการรับผลิตแบบโออีเอ็ม มีแชร์ประมาณ 10% คาดว่าปีนี้จะเป็นอันดับที่ 2 ซึ่งปีหน้าบริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นสู่อันดับ 1 หรือมีแชร์ 20% ในตลาดพรีเมียมแมส
ตลาดซีแบนด์เติบโตเร็วมากกว่า เคยูแบนด์ ที่มีประมาณ 2 ล้านจาน รวมเคเบิลทรูวิชั่นส์ด้วย คาดว่า สิ้นปีนี้จะมีประมาณ 2.5 ล้านจาน เพาระซีแบนด์มีข้อได้เปรียบมากกว่า เช่น เหมาะสมกับอากาศเมืองไทย สามารถดูหนังได้ไม่ต้องเสียค่ารายเดือน ปัจจุบันบริษัทมีการตั้งศูนย์บริการติดตั้ง 4 จุดใหญ่ในต่างจังหวัด เช่น ขอนแก่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี สุราษฎ์ธานี ส่วนนอกนั้นมีอีกกว่า 100 จุดที่ร่วมมือกับทางซัปพลายเออร์
นายจิรัฐ บวรวัฒนะ รองประธานกรรมการสายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับเอทีเอ็มพัฒนาเครื่องรับสัญญาณจานดาวเทียมรูปแบบใหม่ลายการ์ตูน ในระบบซีแบนด์ ราคา 4,500 บาท (รวมทั้งเครื่องรับส่งสัญญาณ ค่าติดตั้งและจานดาวเทียมขนาดมาตรฐาน 1.50 เมตร ไม่มีการจ่ายรายเดือน)
การสำรวจของบริษัท พบว่า จำนวน 50% ของผู้ที่ซื้อจานดาวเทียมเพื่อให้ลูกดูการ์ตูนเป็นหลัก จึงทำให้พัฒนาสินค้านี้ขึ้นมา และยังสามารถรับชมได้อีก 80 ช่องรายการด้วย โดยเจาะตลาดระดับพรีเมียมแมส โดยบริษัทดูแลทางด้านการตลาด และคอนเท้นต์ ส่วนเอทีเอ็มจะรับผิดชอบด้านการผลิตและติดตั้ง
เป้าหมายต้องการเป็นที่หนึ่งในตลาดพรีเมียมแมส ซึ่งยังไม่มีใครทำตลาดในกลุ่มนี้ชัดเจน ส่วนที่มีอยู่ในท้องตลาดจะเล่นเรื่องราคาเป็นหลัก โอกาสตลาดยังมีอีกมาก ซึ่งเป้าหมายของรายได้ช่องแก๊งการ์ตูนวางไว้ 100 ล้านบาทปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าหมาย โดยเวลานี้ทำได้แล้ว 48 ล้านบาท เอเจนซี่ให้ความสนใจมีการลงโฆษณาให้มากขึ้น สินค้าของค่ายใหญ่ใหญ่เพิ่มงบมากขึ้น ซึ่งรายการแก็งค์การ์ตูนเผยแพร่ผ่านเคเบิลท้องถิ่นมากกว่า 500 รายแล้วด้วย นายจิรัฐ กล่าว
ทั้งนี้ ครึ่งปีหลังตั้งเป้าหมายการจำหน่ายจานดาวเทียมรุ่นแก๊งการ์ตูนที่ 10% หรือ 1 แสนจาน ของยอดขายในตลาดรวม พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายปีหน้าคาดว่าจะเติบโตที่ 20% หรือประมาณ 2 แสนจาน

พัทยาดิ้นสู้ปัจจัยลบกระตุ้นท่องเที่ยว
June 20, 2009
พัทยาดิ้นสู้ปัจจัยลบ ดึงเอกชนเข้าร่วมโหมโครงการ พัทยาเที่ยวทั้งวัน…ลดทั้งเมือง กระหน่ำลดราคาสินค้าสูงสุด 80% ยั่วน้ำลายนักชอป พร้อมแจกห้องพักฟรี หวังกู้วิกฤตท่องเที่ยวปีนี้ให้ผ่านไปได้ ยอมรับตัวเลขนักท่องเที่ยวสิ้นปีเหลือ 5 ล้านคน
นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า จากการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมืองพัทยา เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นช่วงโลว์ซีซันอยู่แล้วให้เหลืออัตราเข้าพักเพียง 20% ซึ่งลดลงราว 50% จากช่วงปกติ ทางเมืองพัทยา จึงเพิ่มความแรงของโครงการพัทยาเที่ยวทั้งวัน…ลดทั้งเมือง ที่จัดขึ้นระหว่าง มิ.ย.-ต.ค.2552
โดยเชิญผู้ประกอบการ และผู้ค้ามาร่วมจัดแคมเปญลดราคาสินค้าและบริการแบบกระหน่ำ 20-80% เพื่อเร่งการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว โดยทำควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ถึงวิธีควบคุมการระบาดของโรค ตลอดจนสอนวิธีการป้องกัน ใช้งบรวม 50 ล้านบาท คาดว่าจะนำเงินเข้าสู่พัทยาได้ราว 800-1,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีร้านค้าเสนอเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจาก 200 ราย เป็น 250 ราย ลดราคาสินค้าและบริการ 20-80% โรงแรมที่พัก มีทั้งลดราคาและแจกฟรีกว่า 2 หมื่นห้อง กลุ่มเป้าหมายคนไทย 70% ต่างชาติ 30% มั่นใจว่า จะทำให้อัตราเข้าพักโรงแรมซึ่งขณะนี้ลดลงไปอยู่ที่ 20% ให้กลับขึ้นมาอยู่ที่ 40% ได้ โดยปีก่อนๆ อัตราเข้าพักช่วงโลว์ซีซันจะประมาณ 50%
ปีนี้ยอมรับปัจจัยลบเยอะทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวถดถอยตลาดจากปี 2550 จำนวนนักท่องเที่ยวเข้าเมืองพัทยาอยู่ที่ 6.3 ล้านคน รายได้ 5.8 หมื่นล้านบาท ปี 2551 จำนวนนักท่องเที่ยว 5.5 ล้านคน และ ปีนี้การจัดกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อประคองจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีไม่ให้ต่ำกว่า 5 ล้านคน เกิดรายได้กว่า 3 หมื่นล้านบาท

นานมี อัดงบเพิ่ม 30% ดึงยอดขายคืน
June 20, 2009
เศรษฐกิจฟาดหาง ออฟฟิศปิดตัวระนาว กระทบตลาดเครื่องเขียนสำนักงานเข็นยอดขายเหนื่อยขึ้น นานมี อัดงบการตลาดเพิ่ม 30% เพิ่มความถี่จัดโรดโชว์ เน้นกิจกรรมส่งเสริมการขาย ชูโปรโมชันกระทุ้งยอด หวังสิ้นปียอดขายกระเตื้อง 10%
นายศุภชัย สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท นานมี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานรายใหญ่ เปิดเผยว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจค่อนข้างมาก โดยครึ่งปีที่ผ่านมายอดขายลดลงกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากเอเยนต์ที่รับสินค้าจากทางบริษัทไปจัดจำหน่ายต่อนั้นมีปัญหาในการขายสินค้าได้ยากขึ้น โดยพบว่ามีกลุ่มสำนักงานต่างๆ มีการปิดตัวลงไปมาก หรือไม่ก็สภาพการเงินไม่คล่อง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของยอดส่งออก ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีปัญหาบ้างเล็กน้อย ลูกค้าเลื่อนการสั่งของออกไปบ้าง แต่ขณะนี้กลับสู่ภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางบริษัทได้มีการเพิ่มงบการตลาดอีกกว่า 30% หรือใช้ที่ประมาณ 10% ของยอดรายได้ที่วางไว้ จากเดิมจะใช้เพียง 5-7% เท่านั้น เพื่อใช้สำหรับการทำการตลาดในปีนี้ โดยเน้นโปรโมชัน ลดแลกแจกแถม
นอกจากนี้ ยังมีการจัดโรดโชว์ แนะนำสินค้าไปยังอาคารสำนักงานต่างๆ มากขึ้นอีก 50% และที่สำคัญในปีนี้ มั่นใจว่า สิ้นปีนี้บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอีกอย่างน้อย 10% จาก ยอดรายได้ 2,000 ล้านบาทในปีก่อน มาจากในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20%
ปัจจุบันลูกค้าของนานมีจะมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสำนักงานออฟฟิศ และกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งสัดส่วนรายได้มาจากทั้งสองกลุ่มนี้ 50% เท่าๆ กัน ขณะที่กลุ่มส่งออก จะยังคงเน้นที่สัดส่วน 20% ของรายได้ โดยปัจจุบันส่งออกไปยัง60ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นรายได้จากยุโรป 40% เซาต์อีสต์เอเชีย 40% และประเทศอื่นๆ อีก 20%
ในส่วนของสินค้า จะมีอยู่หลายแบรนด์ เช่น ตราม้า, นานมี, แอโรว์, Max และศิลปากรประดิษฐ์ ซึ่งยอดขายกว่า 60% มาจากแบรนด์ ตราม้า ซึ่งมีสินค้าที่อยู่ภายใต้แบรนด์ตราม้ากว่า 3,000 รายการ หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 10,000 เอสเคยู โดยมีช่องทางจำหน่ายในร้านเครื่องเขียนเป็นหลัก ขณะเดียวกัน ยังมีร้านนานมี 2 สาขา ที่ เยาวราช และ สาธร ด้วย
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ปีนี้ทางบริษัทยังได้มีการเปิดโรงเรียนสอนภาษาจีนขึ้นด้วย ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชื่อ นานมี ไชนิส สคูล ปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง มีผู้ให้ความสนใจเข้ามาเรียนเป็นจำนวนมาก

คปภ.เผย ปชช.แห่ร้องเรียนตัวแทนขายโทรฯ ตื้อขายประกัน
June 20, 2009
คนไทยสุดทนตัวแทนขาย โทรตื้อขายประกัน แห่ร้อง คปภ.ดูแลด่วน เผยบางวัน โดนสายเข้ากว่า 10 ครั้ง ไม่รวมเอสเอ็มเอส สร้างความรำคาญ
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากผ่านสายด่วนประกันภัย 1186 กรณีมีตัวแทนขายประกันของบริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิตต่างๆ ได้โทรศัพท์เข้ามือถือทั้งที่หมายเลขโทรศัพท์มือถือเป็นความลับและส่วนบุคคล แต่ไม่ทราบว่าตัวแทนขายประกันเหล่านี้ได้หมายเลขโทรศัพท์มือถือมาอย่างไร ซึ่งประชาชนบางคนรับสายโทรศัพท์จากตัวแทนขายประกันต่อวันถึง 10 ครั้ง ถือว่าเป็นการสร้างความรำคาญต่อประชาชนอย่างมาก
ทั้งนี้ คปภ.เห็นว่าจะต้องมีการกำหนดแนวทางและรูปแบบรวมถึงการดูแลปัญหาเหล่านี้อย่างใกล้ชิด จึงได้กำหนดรูปแบบและแนวทางการขายประกันภัย โดยเฉพาะการต่อประกันภัยรถยนต์ทั้งภาคบังคับและสมัครใจ รวมถึงประกันชีวิตในรูปแบบต่างๆ ทางโทรศัพท์ให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นเพื่อลดปัญหาประชาชนถูกตัวแทนขายประกันภัยทางโทรศัพท์
โดยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตัวแทนที่โทรศัพท์ไปขายประกันภัยต่างๆ จะต้องแจ้งชื่อ เลขที่ตัวแทนขายประกันให้ประชาชนได้ทราบทุกครั้ง รวมถึงเมื่อตัวแทนชี้แจงรายละเอียดเสร็จแล้วไม่ควรโทรศัพท์ไปหาคนเดิมภายในระยะเวลา 6 เดือน หากตัวแทนต้องการขอบันทึกเทปการสนทนา ก็ขอให้ประชาชนยินยอมการบันทึก เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขายประกัน เพราะหากตัวแทนไม่ดำเนินการตามระเบียบที่เสนอขายก็จะดำเนินการเอาผิดกับตัวแทนและบริษัทประกันทันที หากพบพฤติกรรมดังกล่าวจะถอนใบอนุญาต
ขณะนี้ คปภ.ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยและประกันชีวิตติดตามพฤติกรรมตัวแทนที่ขายกรมธรรม์ผ่านโทรศัพท์ว่า จะต้องไม่รบกวนประชาชน หากตัวแทนขายประกันยังสร้างความรำคาญและเป็นบุคคลเดิม ก็ให้ร้องเรียนมาที่สายด่วน 1186 ได้ทันที
นอกจากนี้ คปภ.ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาคมประกันวินาศภัย สมาคมประกันชีวิตไทย และตัวแทนบริษัทประกันชีวิตด้านเคลมประกันภัยในด้านต่างๆ ว่า เพื่อเป็นการรับทราบนโยบายและแนวทางร่วมมือกับ คปภ.และสมาคมฯ เกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านช่องทางศูนย์บริการประชาชนด้านประกันภัย
โดยที่ผ่านมาทาง คปภ.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนด้านประกันชีวิตและประกันภัยต่างๆ มีการประวิงการจ่ายค่าสินไหมหรือใช้ระยะเวลาพิจารณานานเกินไป ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความเดือดร้อน เพราะกว่าจะได้ค่าสินไหมทดแทนต้องใช้ระยะเวลาเป็นปี
ดังนั้น จึงได้มีการจัดตั้งศูนย์บริการประชาชนด้านประกันภัย ซึ่งจะเป็นการร่วมมือทั้งภาครัฐและประชาชนผ่านสายด่วนประกันภัย 1186 เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ รวมทั้งให้บริการข้อมูลและไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพราะหากผู้เอาประกันภัยและบริษัทประกันภัยสามารถตกลงกันได้ ก็จะทำให้ประหยัดเวลา ซึ่งศูนย์ดังกล่าวตั้งอยู่ที่สำนักงาน คปภ.แห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2552 นี้

เอกชนคาดส่งออกทั้งปี ติดลบไม่เกิน 15% ห่วงบาทแข็งมากกว่า
June 20, 2009
สภาหอการค้าฯ มั่นใจ ตัวเลขส่งออกไทยตลอดทั้งปี 52 ติดลบไม่เกิน 15% เพราะยังมีเทศกาลช่วงปลายปี หนุนตลาดโลกคึกคักได้ ห่วงค่าบาทแข็งแตะ 34 บาท/ดอลลาร์ กระทบความสามารถการแข่งขัน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ตัวเลขการส่งออกที่ติดลบ 26.6% หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาทนั้น สภาหอการค้าฯ ยังเชื่อว่า ตลอดทั้งปี 2552 การส่งออกจะติดลบประมาณ 15% ไม่ถึง 20% อย่างที่หลายฝ่ายกังวล เนื่องจากยังมีเทศกาลขายสำคัญ อาทิ ช่วงเทศกาลคริสมาสต์ ซึ่งน่าจะทำให้ยอดส่งออกของไทยเพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้การส่งออกด้านอาหารกระป๋อง อาหารแช่งแข็ง แม้จะลดลง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก สำหรับหมวดเกษตรปริมาณการส่งออกไม่ลดลง แต่ด้านมูลค่าลดลงอย่างมาก เนื่องจากราคาสินค้าเกษตรปีก่อนสูงเกินกว่าประวัติศาสตร์ ซึ่งผู้ส่งออกพยายามดูแลต้นทุนเพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้
นายพจน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาท ยังแข็งค่าส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยค่าเงินบาท ในระดับเหมาะสมควรอยู่ในระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์ แต่ขณะนี้ค่าเงินบาทอยู่ในระดับประมาณ 34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ไทยสูญเสียความสามารถด้านการแข่งขันลงไปมากอย่างมาก

บางกอกแอร์เวย์ส จัดแพกเกจพาชมแพนด้าน้อย
June 20, 2009
กรุงเทพ สายการบินบางกอกแอร์เวย์สร่วมกับฟ้าไทยฮอลิเดย์ส แนะนำแพกเกจ แอ่วเจียงใหม่วันเดย์ เที่ยวเชียงใหม่ 1 วัน สนุกสนานกับสวนสัตว์เชียงใหม่ เยี่ยมชม ช่วงช่วง หลินฮุ่ย และแพนด้าน้อยสมาชิกใหม่ขวัญใจเด็กๆ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และอุโมงค์น้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 24 ตุลาคมนี้
แพกเกจ แอ่วเจียงใหม่วันเดย์ ผู้ใหญ่ราคา 4,500 บาทต่อท่าน และเด็ก (อายุไม่เกิน 15ปี) 3,500 บาทต่อท่าน ราคาดังกล่าวรวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ค่าภาษีสนามบิน ค่าธรรมเนียมประกันวินาศภัย ค่าภาษีน้ำมัน ค่าบัตรเข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่ ค่าพาหนะมัคคุเทศก์ และค่าอาหารกลางวัน
สนใจสำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายขาย ฟ้าไทยฮอลิเดย์ส โทร 1771 หรือ 02-270-6699 กด 3 และสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.fahthaiholidays.com

ททท.เข็น 3 กลุ่มสินค้าจับนักเที่ยวปี 53 วันเสด็จ คุยกวาดคนไทย 90 ล้านคนครั้ง
June 20, 2009
ททท.เข็นสินค้า 3 กลุ่มหลักเสนอนักท่องเที่ยวต่างชาติปีหน้า เน้นจับกระแส ภาวะโลกร้อน ผู้สูงวัย และ คนทำงาน ภายใต้ตอกย้ำประเทศไทยยังน่าเที่ยว มั่นใจโปรดักส์มีมากมายพร้อมรับมือ ด้านตลาดในประเทศฝันตัวเลขคนไทยเที่ยวในประเทศถึง 90 ล้านคน ครั้งเงินสะพัด 3.8 แสนล้านบาท
นายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านสินค้าการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2553 ททท.จะเน้นนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใน 3 กลุ่ม เพื่อสอดคล้องกับเทรนและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ปรับเปลี่ยนไป กลุ่มแรก คือ สินค้ากลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ อีโคทัวร์ ซึ่งจะร่วมกับภาคเอกชน จัดทำเส้นทางท่องเที่ยว 10-15 เส้นทาง เป้าหมายหลัก คือ ตลาดยุโรป โดยรูปแบอีโคทัวร์ จะมีราคาแพงกว่าท่องเที่ยวแบบปกติ แต่นักท่องเที่ยวจะยินดีจ่าย
ไทยมีสินค้าท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ธรรมชาติมากมายที่จะนำเสนอ รวมถึงที่พักแบบกรีนโฮเทล และโครงการ เซเว่นกรีน ข้อดีของท่องเที่ยวแบบนี้ คือ เที่ยวได้ทุกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงโลว์ซีซัน
กลุ่มที่สองคือ สินค้าที่เหมาะกับกระแสสังคมและสุขภาพ เน้นจับตลาดผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีประชากร 1 ใน 4 ของ ประชากรโลกมีกำลังซื้อสูง แต่ต้องการเรื่องของการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ โดย ททท.จะนำเสนอบริการด้านเมดิเคิล เวลเนส และ สปา ซึ่งล่าสุดจับมือกับสมาคมสปาไทย และกระทรวงสาธารณะสุข จัดทำมาตรฐานกรีนสปา จึงได้รายชื่อสปาระดับมาตรฐานที่เหมาะแก่ผู้สูงวัย
ปีที่ผ่านมา พบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาใช้บริการด้านดูแลสุขภาพกว่า 1.5 ล้านคน ในโรงพยาบาลกว่า 34 แห่ง เป็นตัวเลขที่เติบโตถึง 17% มาต่อเนื่องแล้ว 5 ปี ซึ่งตลาดนี้จะไม่ค่อยอ่อนไหว
กลุ่มที่ 3 สำหรับกลุ่มที่ทำงานหนัก และต้องการให้รางวัลแก่ชีวิต ชอบท่องเที่ยวเพื่อหาประสบการณ์แปลกใหม่ พร้อมใช้เงินที่หามาเพื่อให้ความสุขแก่ตัวเอง โดยจะนำเสนอที่พักในรูปแบบบูติกโฮเทล และ ชิกโฮเทล โปรโมทประเทศไทยเป็นวีกเอนด์เดสติเนชั่น ตลาดเป้าหมายเป็นระยะใกล้ในกลุ่มประเทศแถบเอเชีย
**ย้ำแคมเปญอะเมซิ่งไทยแลนด์***
ปีหน้า ททท.ยังคงใช้แคมเปญอะเมซิ่งไทยแลนด์ อะเมซิ่งแวลู โดยนำแผนงานเซเว่นวันเดอร์ มาเจาะลึกลงเป็นรายโปรดักส์ พร้อมเพิ่มจำนวนสินค้าจาก 1,000 รายการเป็นกว่า 1,500 รายการ ตลอดจนนำสินค้าท่องเที่ยวที่มีจุดขายโดดเด่นมารวมเป็นคู่มือเดินทางท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ในการประชุมจัดทำแผนการตลาดปี 53 สัปดาห์หน้า ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว จะจัดทำมุมกาแฟ หรือ ทัวริสม์ โปรดักส์ คาเฟ่ นำฐานข้อมูลสินค้าการท่องเที่ยวที่จัดทำไว้มาวางไว้ภายในร้าน เพื่อให้ผู้อำนวยการสำนักงานต่างประเทศ ที่มาร่วมประชุม ได้เลือกสินค้าที่วางไว้ ไปเสนอขายในตลาดของตัวเอง ส่วนแผนงานในประเทศเน้นจับมือกับพันธมิตรพื้นที่ สร้างกิจกรรมขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ จะจับมือกับ กทม.จัดกิจกรรมให้เป็นเวิลด์อีเวนต์ ประเดิมลอยกระทงเป็นงานแรก ส่วนท้องถิ่น จับมือกับ จังหวัด อบจ.อบต.จัดกิจกรรมรวมถึงขยายเวลาจัดงานด้วย
นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้การว่าด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จะใช้ฐานจำนวนและรายได้ของนักท่องเที่ยวปีนี้ ในการคำนวณตัวเลขเป้าหมายในปี 2553 ซึ่งในส่วนของตลาดในประเทศ ปี 2553 ด้านจำนวนน่าจะเพิ่มเป็น 90 ล้านคนครั้ง จากปีนี้ที่คาดว่าจะได้ 87 ล้านคนครั้งตามเป้า แต่เรื่องรายได้ ปีนี้ไม่น่าจะเกิน 3.5 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 3.8 แสนล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นรายได้ของปีหน้าแทน ซึ่งการลดลงของรายได้มาจากการจัดแคมเปญ ลด แจก แถม สร้างกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเดินทาง
**เจาะลึกเป็นรายตลาดในต่างประเทศ****
นายสันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศ ททท.กล่าวว่า ตลาดต่างประเทศ จะทำงานแบบเจาะลึกเป็นรายตลาด แยกเป็นกลุ่มที่มีปัญหาต่างกัน เช่น ตลาดที่นักท่องเที่ยวลดลงมากอย่าง จีน เกาหลี และ ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียตะวันออก โอเชียเนีย ซึ่งลดลงเฉลี่ยตลาดละ 25% ก็จะนำบริษัททัวร์มาเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยว แบบตามใจชอบ เพื่อให้เขากลับไปจัดเป็นโปรแกรมทัวร์ โดยจะเริ่มดำเนินการั้งแต่ไตรมาส 4 ปีนี้ ใช้งบตลาดละ 2 ล้านบาท ส่วนตลาดยุโรป ซึ่งได้รับผลกระทบไม่มากเฉลี่ยนักท่องเที่ยวลดลงเพียง 15% จะเน้นจับมือผู้ประกอบการทำฮาร์ดเซล ดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาช่วงโลวซีซัน รวมถึงเน้นอีมาร์เก็ตติ้งตอบไลฟสไตล์ชอบใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ส่วนตลาดที่มีศักยภาพดีเติบโตต่อเนื่อง เช่น ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ จะขยายตลาดใหม่เพิ่ม เช่น จอร์แดน อิสราเอล ตุรกี

แม็คยีนส์โหมกลุ่มวัยรุ่น ปูพรมครบ 50 ช็อป ปีหน้า
June 20, 2009
แม็คยีนส์ โหมตลาดกลุ่มวัยรุ่น หลังทำเพียง 2 ปี ไปได้สวย วางเป้าอีก 2 ปีสัดส่วนเท่ากันที่ 50% พร้อมอัดงบตลาด 80 ล้านบาท ลุยอีเวนต์ สื่อโฆษณา ลุยช็อปเพิ่มอีกรวมเป็น 50 แห่งในปีหน้า คาดทั้งปีโต 15%
นางสาวสุณี เสรีภาณุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเค การ์เม้นท์ (อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแม็คยีนส์ กล่าวว่า บริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดยีนส์เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นเต็มที่ หลังจากที่ทดลองทำมาประมาณ 2 ปีแล้ว ได้รับการตอบรับอย่างดี เติบโตมากกว่า 20% โดยปัจจุบันกลุ่มวัยรุ่น คือ กลุ่มยูธเทรนด์ อายุ 25-35 ปี สัดส่วนยอดขาย 25% และกลุ่มไรท์แท็ค อายุ 15-25 ปี สัดส่วนยอดขาย 15% รวมเป็น 40% ขณะที่กลุ่มเดิม คือ ออริจินัลคลาสสิก อายุ 36 ปีขึ้นไป สัดส่วน 60% ทั้งนี้ ภายใน 2 ปีจากนี้ วางเป้าหมายสัดส่วนจะเป็น 50% เท่ากัน
ขณะเดียวกัน จะมีการจัดกิจกรรมอีเวนต์เพื่อเสริมกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นมากขึ้นด้วย เช่น การจัดแม็คแอนด์แมทช์อินดิเพนเด้นซ์ สไตล์ บายสมอล์รูม ที่มีทั้งการเดินแบบ คอนเสิร์ต เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ล่าสุด ปีนี้ยังได้เป็นเมนสปอนเซอร์ให้กับ อะคาเดมีแฟนเทเซีย หรือเอเอฟ ด้วย รวมทั้งการทำหนังโฆษณาทีวีซึ่งแทบไม่ได้ทำนานกว่า 10 ปีแล้ว
ทั้งนี้ งบตลาดรวมปีนี้อยู่ที่ 80 ล้านบาท คาดว่า ปีหน้าจะใช้เท่ากัน โดยจะเน้นกิจกรรม สื่อโฆษณา และโปรโมชัน ส่วนสื่อกลางแจ้งบิลบอร์ด มี 6 จุดแล้ว เป็นการลงทุนเอง เช่น สระบุรี เพชรบุรี พิษณุโลก ขอนแก่น มอเตอร์เวย์ เป็นต้น และจะลงทุนเพิ่มอีก 5-6 จุดปีหน้า
ส่วนกลุ่มเดิมนั้นก็ยังมีการทำตลาดต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตค่อนข้างคงที่ก็ตาม แต่ก็ยังเป็นตลาดใหญ่ โดยราคาอยู่ที่ พันบาทต้นถึงประมาณ 1,500 บาท ขณะที่ราคาของกลุ่มวัยรุ่นนั้นตั้งแต่ 1,495-1,995 บาท
ขณะที่การลงทุนด้านจุดจำหน่ายนั้น วางเป้าหมายในปีหน้าจะมีช็อปแม็ค รวม 50 แห่ง จากปัจจุบันมี 23 แห่ง ทั้งที่เพิ่งเริ่มเปิดชอปเมื่อปีที่แล้วเอง และคาดว่า ปีนี้จะมีรวม 30 แห่ง ลงทุนแห่งละ 1 ล้านบาท ไม่รวมค่าสินค้า เน้นเปิดต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะมีอัตราการเติบโตค่อนข้างดี โดยสัดส่วนรายได้มาจากต่างจังหวัด 70% ในกรุงเทพฯ 30% ส่วนจุดเคาน์เตอร์มีประมาณ 250 แห่งแล้วจะขยายเพิ่มเช่นกัน
นางสาวสุณี กล่าวว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 15% โดยครึ่งปีแรกเติบโตตามเป้าหมาย รายได้ปีที่แล้ว 1,400 ล้านบาท ส่วนตลาดรวมคาดเติบโตไม่เกิน 10% มูลค่าตลาดรวมกว่า 5,000 ล้านบาท




