เทศบาล เมืองมหาสารคาม แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 30 ชุมชน โดยอยู่ในความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม ประธานกรรมการชุมชน กรรมการชุมชน แบ่งตามเขตเลือกตั้งออกเป็น 3 เขต ดังนี้
เขต 1
ชุมชน ตักสิลา ชุมชนศรีสวัสดิ์ 1 ชุมชนศรีสวัสดิ์ 2 ชุมชนศรีสวัสดิ์ 3 ชุมชนปัจฉิมทัศน์ 1 ชุมชนปัจฉิมทัศน์ 2 ชุมชนธัญญา 1 ชุมชนธัญญา 2 ชุมชนธัญญา 3 ชุมชนธัญญา 4
เขต 2
ชุมชนสามัคคี 1 ชุมชนสามัคคี 2 ชุมชนศรีมหาสารคาม ชุมชนเครือวัลย์ 2 ชุมชนมหาชัย ชุมชนโพธิ์ศรี 1 ชุมชนโพธิ์ศรี 2
เขต 3
ชุมชน นาควิชัย 1 ชุมชนนาควิชัย 2 ชุมชนนาควิชัย 3 ชุมชนอภิสิทธิ์ 1 ชุมชนอภิสิทธิ์ 2 ชุมชนอุทัยทิศ 1 ชุมชนอุทัยทิศ 2 ชุมชนอุทัยทิศ 3 ชุมชนอุทัยทิศ 4 ชุมชนส่องเหนือ ชุมชนส่องใต้ ชุมชนบ้านแมด ชุมชนเครือวัลย์ 1
เทศบาล เมืองมหาสารคาม ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น เทศบาลเมืองมหาสารคาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 มีคณะเทศมนตรีชุดแรก เมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2480 สำนักงานเทศบาลเมืองมหาสารคาม ระยะเริ่มแรกได้อาศัยสถานที่สโมสรเสือป่า เป็นที่ทำการของ สำนักงานเทศบาลเมืองมหาสารคาม จนถึง พ.ศ. 2483 จึงย้ายไปอยู่สุขศาลา อำเภอเมืองมหาสารคาม เป็นเวลา 5 ปีเศษ แล้วย้ายสำนักงานมาอยู่ชั้นบนตึกแถว 2 ชั้น (ปัจจุบันคือบริเวณตลาดสด ) จนถึง พ.ศ. 2501 จึงย้ายมาอยู่อาคารหลังใหม่ และต่อมาในปี พ.ศ. 2519 ได้ย้ายสำนักงานไปสร้างในที่ดินซึ่งมีผู้อุทิศให้ จำนวน 10 ไร่ เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ดังในปัจจุบันนี้
ความเปลี่ยนแปลงของจังหวัดในระยะหลังมีหลายประการ คือ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 ตำบลตลาด ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลเมืองมหาสารคาม
พ.ศ. 2480 ได้ยุบตลาดเจริญ แล้วสร้างตลาดเทศบาลขึ้นตรงข้ามสถานีตำรวจในปัจจุบัน บริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของที่ทำการเทศบาลสถานีรถโดยสาร สุขศาลา ในสมัยนั้นด้วย
พ.ศ. 2513 ได้ย้ายสถานีรถโดยสารไปอยู่ริมคลองสมถวิลด้านทิศใต้
พ.ศ. 2519 ได้ย้ายสำนักงานเทศบาลเมืองมหาสารคามไปอยู่หลังบริเวณเมืองใหม่ใกล้กับสถานีขนส่ง
นอกจากราชสำนักกรุงเทพจะระบุหน้าที่ของเจ้าเมืองแล้วยังกำหนดให้ประชาชนต้องมี บทบาท และหน้าที่ดังนี้ Read more
ราชสำนักกรุงเทพ ได้กำหนดบทบาทภาระหน้าที่ของเจ้าเมืองและกรมการเมืองมหาสารคามในระยะแรกไว้ดังนี้
Read more
ตราจังหวัดมหาสารคาม

รูปต้นไม้กับทุ่งนา
|
|
เป็นรูปต้นไม้ใหญ่และท้องทุ่ง หมายถึง พื้นดินอันอุดมให้ความสุขสมบูรณ์แก่ประชาชน ซึ่งมีการทำนาเป็นอาชีพหลัก พื้นที่ในจังหวัดนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร
นอกจากการทำนาชาวเมืองยังมีอาชีพอีกหลายอย่าง เช่น ทำเกลือสินเธาว์ ไร่ฝ้าย ยาสูบ และเลี้ยงไหม เมืองมหาสารคามแยกออกมาจาก แขวงเมืองร้อยเอ็ดในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
จังหวัดมหาสารคามใช้อักษรย่อว่า “มค”
คำขวัญประจำจังหวัดมหาสารคาม
“พุทธมลฑณอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักศิลานคร”
|
เพลงมาร์ชมหาสารคาม
กำหนดสาระของบทเพลง วิชัย ทัศนเศรษฐ์
ประพันธ์คำและทำนอง สำเร็จ คำโมง
………. พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า
ตักศิลานคร ต้นไม้ใหญ่และทุ่งนา อำนวยข้าวปลาทรัพยากร
ถิ่นอุดมร่มเย็นยิ่งใหญ่ บวรคู่ควรนามนคร มหาสารคาม
พระธาตุนาดูน ยืนค้ำดูนพุทธธรรมนำใจ
พระพุทธกันทรวิชัยพระเจริญราชเดช หลักเมืองเรืองนาม
ปรางค์กู่ชุมชนโบราณ วนอุทยานแก่งธารงดงาม
สถาบันการศึกษาพระอาราม ล้วนเสริมส่งศีลธรรมพัฒนาประชากร
เมืองศูนย์กลางการศึกษา ศาสนาวัฒนธรรม
อู่ข้าวอู่น้ำเศรษฐกิจบัณฑิตคนดีมีเกียรติขจร
ธงเหลืองน้ำตาลคู่เมืองห่มความรุ่งเรืองคุ้มครองนาคร
สิบธำรงเผ่าพงศ์พุทธันดรจากจำปาศรีนคร เป็นมหาสารคาม ……….
ในสมัยพระขัติยวงษา (จัน) เป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ด เห็นว่าประชากรในเมืองร้อยเอ็ดมีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับท้าวมหาชัย (กวด) บุตรอุปฮาช (สิง) สมควรจะเป็นเจ้าเมืองได้ จึงให้ไปสำรวจหาที่ตั้งเมืองใหม่ และพบว่ามีที่เหมาะสมอยู่ 2 แห่ง คือ ด้านตะวันตกกุดยางใหญ่เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง หน้าแล้งก็สามารถใช้น้ำจากกุดยางใหญ่และหนองท่มหรือหนองกระทุ่ม (ด้านทิศเหนือวัดโพธิ์ศรี) เป็นภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การตั้งบ้านเมือง แต่ท้าวบัวทองเห็นว่าบ้านลาดใกล้ลำน้ำชีเป็นทำเลที่เหมาะสมเพราะมีแหล่งน้ำอุดสมบูรณ์ตลอดปีทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมได้อีกด้วย
Read more
กลุ่มที่อพยพเข้ามาสู่ตอนกลางลุ่มน้ำชีที่เป็นกลุ่มใหญ่มีผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นบรรพบุรุษของชาวมหาสารคาม คือ กลุ่มหลวงพ่อวัดโพนสะเม็ก กล่าวคือ เมื่อพระเจ้าสุริยวงศาแห่งอาณาจักรล้านช้างสวรรคตเมื่อ พ.ศ. 2233
Read more
จังหวัดมหาสารคามได้รับการแต่งตั้งเป็นเมือง เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 แต่ก่อนหน้าที่จะตั้งเป็นเมืองมหาสารคามนั้น บริเวณนี้มีร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มาแล้ว ดังนี้ Read more